"เลขาธิการพรรคก้าวไกล" กล่าวอีกว่า ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น มั่นใจว่า ว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะดีกว่าเดิม โดยว่าที่ผู้สมัครจะเป็นหน้าใหม่ เกือบทั้งหมด ทุกคนเข้าใจวิถีการทำงานของพรรคเป็นอย่างดี โดยในหลายพื้นที่ได้เริ่มทำงานแล้ว ขณะที่การทำนโยบาย ต้องตอบโจทย์ระดับพื้นที่และระดับชาติ ประสานนโยบายที่จะเปลี่ยนแปลง สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างเป็นเอกภาพ การปฎิรูปพรรคครั้งใหญ่ จะนำจุดแข็งในอดีตมาตอบโจทย์ประชาชน การปฎิรูปพรรคจะนำไปสู่การรีเฟรชภาพลักษณ์และการจดจำของประชาชน ให้มีความชัดเจนเข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์ ที่มองว่าพรรคก้าวไกลเก่งแต่พูดแต่หากเป็นรัฐบาลอาจจะบริหารจริงไม่ได้นั้น นายพิธา ระบุว่า เรื่องนี้ต้องแสดงให้เห็นผ่านการทำงาน โดยต้องเข้าใจสิ่งที่จะสามารถสื่อสารออกมาได้ว่า ปัญหาคืออะไร วิธีการแก้ปัญหา คืออะไร รวมถึงมีแผนสำรองอย่างไรนั้น ไม่ได้มาจากการไม่รู้ คนที่สามารถสื่อสารออกมาได้ คือคนที่บริหารเป็นจริงๆ จึงไม่ใช่การพูดเก่งแต่บริหารไม่ได้ ขณะเดียวกันต้องทำงานอย่างตั้งใจ โดยไม่คิดว่าตัวเองเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล
ส่วนที่ขณะนี้มีพรรคการเมืองใหม่เปิดตัวหลายพรรค นายพิธา มองว่า การตั้งพรรคการเมืองใหม่ ถือเป็นรูปแบบทางการเมือง ที่ต้องหารอยต่อของแต่ละกลุ่มการเมือง ซึ่งพรรคควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ แต่สามารถควบคุมการทำงานภายในของพรรคได้ โดยยืนยันว่า พรรคคือ ตัวเลือกแห่งความหวัง
เลขาธิการพรรค กล่าวว่าในการตั้งเป้าเป็นรัฐบาล พรรคยังเดินหน้าแนวทางเดิม ไม่เน้นหา คนในตระกูลใหญ่ หรือบ้านเดิม แต่จะสรรหาบุคคลธรรมดา ที่มีความโดดเด่น เข้าหาประชาชนให้มากที่สุด มั่นใจพรรคจะเติบโตขึ้นกว่าที่ผ่านมาแน่นอน ยืนยันพรรคไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งทางความคิด