โดยบรรดาญาติๆ และพ่อนายสุรชัย บอกเพียงว่า ทั้งสองคนเคยมีเรื่องทะเลาะกันมาตลอด ถกเถียงกันบ่อย จนนายสุรชัย ไม่สามารถอาศัยอยู่บ้านที่อยู่ใกล้ชิดติดกันได้ และได้ออกไปอาศัยอยู่กระท่อมเถียงนา ก่อนที่ในวันเกิดเหตุ 31 ก.ค.2565 ได้ขับรถจักรยานยนต์ มาจอดหน้าบ้านของพี่สะใภ้ และเดินเข้าไปในบ้านตนเองที่อยู่ลึกเข้าไป จากนั้นก็เดินออกมาพร้อมอาวุธปืนพกสั้น เดินเข้าไปในบ้านของ นางรังสี จ่อยิง ขณะที่นางรังสี นอนพักผ่อนอยู่ในเปลนอนกลางบ้าน ใต้ถุนบ้านสองชั้น โดยยิงไป 3 นัดซ้อน จากนั้นก็เดินออกไปขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
โดยทราบภายหลังว่า ไปพักอาศัยอยู่บ้านพ่อของนายสุรชัย เอง จากนั้นช่วงค่ำจึงได้โทรศัพท์มาที่ สภ.โพนเขวา เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมตัวไป ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งข้อหา 3 ข้อหา คือ 1.พยายาฆ่าผู้อื่น 2.ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อหา และยืนยันไม่ขอทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสรุปสำนวนสอบสวน เพื่อเตรียมส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ 2 สิงหาคม 2565 ส่วนที่บ้านที่เกิดเหตุ นั้นเงียบสงบ เนื่องจากบรรดาญาติๆ และสามีนางรังสี ได้พากันไปเยี่ยมดูอาการของนางรังสี ที่ รพ.สรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี แม้จะยังไม่ได้สติก็ตาม
ภาพ/ข่าว - พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ สำนักข่าวเนชั่น จ.ศรีสะเกษ