แม่-พี่สาวเศร้าเตรียมสถานที่รับศพนายช่างฯสะพานหล่นทับ
01 ส.ค. 2565 | suriya_pat

แม่ พี่สาว พร้อมเพื่อนบ้านเศร้า เตรียมสถานที่รับศพนายช่างกรมทางหลวง สะพานหล่นทับเสียชีวิต เผย เพิ่งเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
ข่าว
01 ส.ค. 2565 | suriya_pat

แม่ พี่สาว พร้อมเพื่อนบ้านเศร้า เตรียมสถานที่รับศพนายช่างกรมทางหลวง สะพานหล่นทับเสียชีวิต เผย เพิ่งเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย
จากกรณีอุบัติเหตุคานสะพานลอยกลับรถ กม.34 ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ใกล้กับโรงพยาบาลวิภาราม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หล่นทับรถยนต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 31 ก.ค.65 เป็นเหตุให้มีรถได้รับความเสียหายจำนวน 3 คัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ประชาชนเสียชีวิตในรถที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง เสียชีวิต 1 ราย คือนายชาญ ชาวทอง อายุ อายุ 48 ปี บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อนายฉัตรชัย ศิริมาตร์ อายุ 28 ปี ทั้ง 2 คนเป็นชาว อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายชาญ ชาวทอง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ที่เคราะห์ร้ายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ โดยบรรยากาศที่บ้านพักของนายชาญ พบกับนางเติมใจ ชาวทอง อายุ 50 ปี พี่สาว แม่ และเพื่อนบ้าน แบ่งหน้าที่กันออกไปเตรียมสถานที่บริเวณศาลาพักศพ ภายในวัดสว่างบ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ เพื่อรอบรับร่างของนายชาญกลับบ้าน ซึ่งคาดว่าจะมาถึงช่วงรุ่งเช้าพรุ่งนี้ (2 ส.ค.)
นางเติมใจ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ทางครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน ตนเองต้องสูญเสียน้องชาย (นายชาญ) อย่างไม่มีวันกลับ และนายฉัตรชัย ลูกชาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ นางเติมใจเล่าอีกว่าตนเองได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนคนงานของน้องชายว่า สะพานหัก นายชาญบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายฉัตรชัย ลูกชายได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพกที่กระแทก โชคดีที่ไม่ถึงกับสาหัสยังสามารถพูดเล่าเรื่องถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้
นางเติมใจ ยังบอกอีกว่า นายชาญ ผู้เป็นน้องชาย เป็นคนเก่งออกทำงานตั้งแต่ยังเด็กจนได้บรรจุเข้าทำงานกับกรมทางหลวงคอยดูแลคนงาน ส่งเงินมาดูแลแม่และลูกสาวที่บ้านตลอดล่าสุดกลับมาบ้านมาเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมิถุนายน และก็ไม่คิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน ก่อนเกิดเหตุน้องชายชอบพูดลอยๆกับภรรยาและเพื่อนร่วมงานว่าเดี๋ยวจะไม่เจอหน้ากันแล้วเด้อในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนก็ไม่คิดว่าจะเป็นรางบอกเหตุเพราะคิดว่าอาจจะมีการเปลี่ยนไซด์งานแยกย้ายกันไป ส่วนเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาต่างๆตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาให้ข้อมูลแต่อย่างใด คาดว่าอาจจะหลังจากที่ศพของน้องชายมาถึงอาจจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลจะมีขึ้นที่วัดสว่างบ้านกุ่ม ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จนถึงวันที่ 3 และจะฌาปนกิจวันที่ 4 ส.ค.65
ข่าว/ภาพ - เกียรติรัตน์ ชัยสกุลวงค์ สำนักข่าวเนชั่น จ.อุบลราชธานี