“เมื่อเห็นดังนั้นจึงเข้าไปทักท้วงและถกเถียงกับนางฉวีวรรณ ในขณะที่มือของนางฉวีวรรณถือมีดพร้อมหน่อข่าอยู่ในอ้อมแขน ได้ชี้แจงกับนางฉวีวรรณว่า ข่าที่นางฉวีวรรณเก็บไปนั้น ปลูกไว้ในที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่ที่สาธารณะตามที่เข้าใจ ซึ่งเป็นที่ดินเช่าในการทำการเกษตร มีสิทธิ์เพราะตกลงเช่าที่กับเจ้าของปลูกพืชผลทางการเกษตรไว้ และเป็นคนหาซื้อหน่อข่ามาปลูกขยายพันธุ์ไว้บริเวณดังกล่าวด้วย มีการถกเถียงกันไปมา นางฉวีวรรณจึงรีบจูงรถจักรยานยนต์พร้อมข่าจำนวนหนึ่งกลับบ้านไป จากนั้นเมื่อขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านนางฉวีวรรณ ก็ถูกตะโกนต่อว่าตามหลังมาอีก”นางฟ้า กล่าว
นางฟ้า (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกันนั้น มีคนกลางทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน หลายคนพยายามให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันหลายครั้งแต่นางฉวีวรรณก็ไม่มาพบ เพราะตนนั้นไม่พอใจที่ถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม เคยบอกให้นางฉวีวรรณมาขอโทษ ส่วนเงินนั้นไม่เอาก็ได้เพียงแค่อยากให้รับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าว่านางฉวีวรรณก็ไม่ยอมขอโทษ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความหลังจากแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยแต่ต่างฝ่ายก็มาไม่บรรจบกันเสียทีคนนึงมาคนนึงไม่มา และตลอดมาตนพยายามประนีประนอมอยู่ แต่เขาก็พูดในฝั่งเขาด้านเดียวซึ่งความจริงก็รู้ๆอยู่ จึงอยากวอนสังคมฟังตนบ้างตนไม่ได้เป็นคนใจดำขนาดนั้น แต่เมื่อไม่มาขอโทษกันและมีท่าทีไม่ยอมจะหาทางออกด้วยดีก็ต้องเรียกค่าเสียหาย 5,000 บาท หรือต่ำกว่านี้ถ้าจะยินดีชดใช้ให้เสนอมา แต่จากนี้ไปเรื่องบานปลายแล้วก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย