เนชั่นทีวี

ข่าว

คู่กรณีเจ้าของหน่อข่าแจงแล้ว ขอให้ยายขอโทษแต่ไม่ยอมท้าให้แจ้งความ

22 ก.ค. 2565 | kavintra_chi

คู่กรณีเจ้าของหน่อข่าแจงแล้ว ขอให้ยายขอโทษแต่ไม่ยอมท้าให้แจ้งความ

คู่กรณีเจ้าของแปลงข่าแจง ข่าปลูกในที่ดินที่เช่าไว้เพื่อทำการเกษตร แต่ยายเข้าใจผิดแล้วต่อว่าด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม ขอให้ขอโทษรับผิด ยายไม่ยอมยืนยันสู่ในชั้นศาล ชาวบ้านในหมู่บ้านไม่อยากยุ่งบอกแค่เรื่องเล็กน้อยก็ไม่ยอมกัน

จากกรณี นางฉวีวรรณ ไทยเหนือ อายุ 70 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์หน่อข่า โดยมีนางเอ (นามสมมุติ) เป็นผู้เสียหาย ต่อมามีการนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาเจรจาที่ สภ.พังโคน แต่ไม่สามารถตกลงยอมความกันได้ โดยทั้งคู่ขอขึ้นศาลตัดสินนั้น

22 กรกฎาคม 2565 ล่าสุดผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง บ.นาเหมืองน้อย ต.พังโคน อ.พังโคน จ.สกลนคร สอบถามนางฟ้า (นามสมมุติ) ผู้เสียหายคู่กรณี นางฟ้า เล่าว่า วันเกิดเหตุวันที่ 11 มิ.ย. 65 มีชาวบ้านเห็นนางฉวีวรรณเข้าไปถอนข่าในที่ดิน จึงโทรศัพท์แจ้งให้รู้ จึงได้รีบเดินทางมาดู เมื่อมาถึงเห็นนางฉวีวรรณกำลังหอบหน่อข่าจำนวนหนึ่งไม่ใช่แค่หนึ่งกำมือตามที่เป็นข่าว อยู่ในที่ดินที่ตนเช่าอยู่กับเจ้าของที่ดิน ไม่ใช่ที่ดินสาธารณะตามที่นางฉวีวรรณกล่าวอ้าง

คู่กรณีเจ้าของหน่อข่าแจงแล้ว ขอให้ยายขอโทษแต่ไม่ยอมท้าให้แจ้งความ
 

“เมื่อเห็นดังนั้นจึงเข้าไปทักท้วงและถกเถียงกับนางฉวีวรรณ ในขณะที่มือของนางฉวีวรรณถือมีดพร้อมหน่อข่าอยู่ในอ้อมแขน ได้ชี้แจงกับนางฉวีวรรณว่า ข่าที่นางฉวีวรรณเก็บไปนั้น ปลูกไว้ในที่ส่วนบุคคล ไม่ใช่ที่สาธารณะตามที่เข้าใจ ซึ่งเป็นที่ดินเช่าในการทำการเกษตร มีสิทธิ์เพราะตกลงเช่าที่กับเจ้าของปลูกพืชผลทางการเกษตรไว้ และเป็นคนหาซื้อหน่อข่ามาปลูกขยายพันธุ์ไว้บริเวณดังกล่าวด้วย มีการถกเถียงกันไปมา นางฉวีวรรณจึงรีบจูงรถจักรยานยนต์พร้อมข่าจำนวนหนึ่งกลับบ้านไป จากนั้นเมื่อขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านนางฉวีวรรณ ก็ถูกตะโกนต่อว่าตามหลังมาอีก”นางฟ้า กล่าว

 

นางฟ้า (นามสมมุติ) กล่าวอีกว่า ก่อนที่จะมีการแจ้งความดำเนินคดีกันนั้น มีคนกลางทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน หลายคนพยายามให้ทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกันหลายครั้งแต่นางฉวีวรรณก็ไม่มาพบ เพราะตนนั้นไม่พอใจที่ถูกต่อว่าด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม เคยบอกให้นางฉวีวรรณมาขอโทษ ส่วนเงินนั้นไม่เอาก็ได้เพียงแค่อยากให้รับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ปรากฏว่าว่านางฉวีวรรณก็ไม่ยอมขอโทษ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความหลังจากแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนัดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยแต่ต่างฝ่ายก็มาไม่บรรจบกันเสียทีคนนึงมาคนนึงไม่มา และตลอดมาตนพยายามประนีประนอมอยู่ แต่เขาก็พูดในฝั่งเขาด้านเดียวซึ่งความจริงก็รู้ๆอยู่ จึงอยากวอนสังคมฟังตนบ้างตนไม่ได้เป็นคนใจดำขนาดนั้น แต่เมื่อไม่มาขอโทษกันและมีท่าทีไม่ยอมจะหาทางออกด้วยดีก็ต้องเรียกค่าเสียหาย 5,000 บาท หรือต่ำกว่านี้ถ้าจะยินดีชดใช้ให้เสนอมา แต่จากนี้ไปเรื่องบานปลายแล้วก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย

คู่กรณีเจ้าของหน่อข่าแจงแล้ว ขอให้ยายขอโทษแต่ไม่ยอมท้าให้แจ้งความ
 

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ไปรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่ต่อเรื่องดังกล่าวส่วนใหญ่ไม่อยากยุ่งและมองว่าไม่น่าเลยจากเรื่องเล็กๆยอมกันไปก็แล้วไม่น่าปล่อยให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต

ข่าว/ภาพ ชรินทร์ทิพย์ เตชะนิธิโชติ  สำนักข่าวเนชั่น  จ.สกลนคร

คู่กรณีเจ้าของหน่อข่าแจงแล้ว ขอให้ยายขอโทษแต่ไม่ยอมท้าให้แจ้งความ

ข่าวล่าสุด