อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก หรือ WHO กำลังประชุมกันอยู่ ต้องติดตามต่อไป แต่มีข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก ให้มีการตัดสินใจเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นชนิดและขนาดไหน โดยใช้แนวทางจากการประเมินความเสี่ยง วางแผนการจัดงานให้ดี และสถานพยาบาลหลายแห่งขอให้รวบรวมข้อมูลผู้ป่วย ทั้งผู้ป่วยยืนยันหรือสงสัย เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยัง WHO Global Clinicai Platform
นายแพทย์โอภาส กล่าวย้ำว่า โรคฝีดาษวานร โดยลักษณะไม่ได้รุนแรงสุงมาก ขณะนี้มีสายพันธุ์หลักๆ คือ แอฟริกาตะวันตก และแอฟริกากลาง ซึ่งผู้ป่วยรายนี้ที่พบในไทย เป็นสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งมีความรุนแรงน้อยกว่า
"โรคนี้เกิดจากการสัมผัสใกล้ชิด ไม่ได้ติดง่ายๆ ดังนั้น มาตรการที่ใช้ป้องกันโควิด19 ยังใช้ป้องกันฝีดาษลิงได้ คือ Universal Prevention ทั้งล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่าง ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วย หรือผู้มีตุ่มมีหนอง เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ ขออย่าตีตรา และลดทอนคุณค่ากลุ่มเสี่ยง" นพ.โอภาส กล่าว
อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติม ว่า ในภาพรวมโรคฝีดาษวานร หรือฝีดาษลิง มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข โดยท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้ฝีดาษวานร หรือ Monkeypox เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังอันดับที่ 56
สำหรับอาการของ ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox มีดังนี้ มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลือง บวมโต เจ็บคอ มีผื่นหรือตุ่มที่ผิวหนังลักษณะเป็นตุ่มน้ำหรือตุ่มหนอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่ศีรษะ ลำตัว อวัยวะเพศและรอบทวารหนัก แขนหรือขา บางตุ่มอาจเกิดขึ้นที่ฝ่ามือหรือฝ่าเท้า
เมื่อมีการประกาศเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวังแล้ว มาตรการและการดำเนินงานคือ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและกรุงเทพมหานคร รวมถึงเจ้าพนักงานควบคุมโรคต้องทำแผนปฏิบัติงานโรคติดต่อต้องเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์โรค หรือเหตุสงสัยต่ออธิบดี รวมทั้งเรียกบุคคลใดๆ มาให้ข้อเท็จจริง หรือจัดส่งข้อมูลหรือเอกสารใดๆที่จำเป็นเพื่อประกอบการพิจารณา