นายวัชรพงศ์ ยังกล่าวอีกว่า ในฐานะที่ตนทำงานเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะการทำงานกับชุมชน พบว่า การไม่รู้ข้อมูลจริงของกัญชาอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต ตนมองว่าเด็กคนหนึ่งที่ใช้ยาเสพติด หรือใช้พืชเสพติดอย่างกรณีของกัญชา แต่ผู้ที่เป็นผู้ปกครอง หรือคนที่เป็นผู้นำชุมชน ไม่สามารถป้องกันเด็กจากสิ่งเหล่านี้ได้ โดยธรรมชาติของตัวเด็กมีความอยากรู้ อยากลองตามช่วงวัยอยู่แล้ว แต่ผู้ที่เป็นผู้ปกครองต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และคนที่เป็นผู้นำชุมชนจะต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัย เพื่อให้ข้อมูลที่ดีและนำไปสู่การป้องกันไม่ให้เด็กเข้าไปสู่วงจรเกี่ยวกับยาเสพติด
ศ.ดร. อานัฐ ตันโช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาเกษตรธรรมชาติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า กัญชาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมอยู่ในปัจจุบันนี้ คือกัญชาที่ถูกใช้ในทางสันทนาการ ซึ่งการปลดล็อกกัญชานั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในทางการแพทย์ ดังนั้นการนำเอากัญชาไปสูบ หรือนำเอาไปรับประทานเอง โดยไม่ได้ผ่านแพทย์ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัว
ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไม่เคยปล่อยให้ช่อดอกออกไปสู่ประชาชน แต่จะส่งให้กรมการแพทย์ ปัจจุบันก็มีการส่งให้กรมการแพทย์แผนไทยแพทย์ทางเลือก ส่งให้คณะเภสัชของแต่ละมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ที่ส่งให้จะเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้อกับทางการแพทย์เกือบทั้งหมด จะไม่ปล่อยให้ออกไปสู่ประชาชน และทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการสันทนาการ