คณะกรรมการสลากฯ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โดยนำผลตอบรับด้านต่างๆ มาพิจารณาร่วมกันในทุกมิติ ทั้งฝั่งคนซื้อและคนขาย รวมถึงจะทยอยเพิ่มสลากทีละน้อย 1-2 ล้านใบ ไม่ได้เพิ่มครั้งเดียวเป็นปริมาณมาก เพื่อให้ผู้ค้าสลากระบบเดิมมีเวลาปรับตัวและสามารถวางแผนการจำหน่ายสลากได้อย่างถูกต้อง ที่สำคัญจะต้องรักษาความสมดุลระหว่างผู้ค้าในระบบเก่าและระบบดิจิทัลให้อยู่ร่วมกันได้
“การจำหน่ายสลากที่ผ่านมามีผลตอบรับเป็นไปด้วยดี โดยประชาชนกว่า 1 ล้านคน สามารถเข้าถึงซื้อสลากตัวเลขที่ต้องการได้ในราคา 80 บาทได้จริง อีกทั้งยังมีความสะดวก ความปลอดภัย เพราะสลากที่ซื้อทุกใบจะมีการบันทึกข้อมูลไว้ในแอพฯ สามารถขึ้นรางวัลได้ทันที ไม่ยุ่งยาก
สามารถเลือกซื้อได้ทุกวัน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 5 ทุ่ม ยกเว้นวันออกรางวัลจะซื้อได้ถึง 14.00 น. ซึ่งซื้อได้แบบไม่จำกัด ทุกเลข ทุกใบในราคา 80 บาท”
ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่า สลากดิจิทัลขายหมดไวเพราะมีนายทุนกว้านซื้อไปขายต่อทำกำไรนั้น นายลวรณกล่าวว่า จากการติดตามข้อมูล พบว่าปริมาณการซื้อสลากดิจิทัลยังเคลื่อนไหวเป็นปกติ โดยสลาก5 ล้านใบ มีผู้ซื้อประมาณ 9 แสนคน เฉลี่ยแล้วคนหนึ่งซื้อ 5-6 ใบเท่านั้น ไม่พบว่าใครซื้อมากขึ้น หรือซื้อกระจุกตัวแบบผิดสังเกต
ที่สำคัญในการตรวจสอบตามโซเชียลมีเดียก็ไม่พบผู้ค้ารายใหญ่ขายสลากดิจิทัล มีเพียงรายย่อยโพสต์ขายเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมดำเนินคดีไปเรียบร้อยแล้ว