ทีมข่าวข้นคนข่าว ได้คุยกับ คุณลุงบุญยัง เจ้าตัวบอกว่า รู้สึกโกรธตัวเอง และถามตัวเองซ้ำๆ ว่า ทำไมไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนโอนเงินไปให้ / ทำไมไม่ฉุกคิดว่าตัวเองไม่เคยไปจังหวัดเชียงราย และไม่มีอะไรเกี่ยวขัองกับจังหวัดนี้เลย
แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า หลักฐานการโอนเงิน มีการระบุเลขที่บัญชี มีชื่อ นามสกุล จึงคิดไปว่าตัวเองยังมีข้อมูลให้สืบค้นภายหลังได้ แต่หลังได้หลักฐานการโอน ยังไม่ทันข้ามวัน ได้ทดลองโทรศัพท์กลับไปยัง สิบตำรวจเอก หญิง คนที่โทรมา แต่ปรากฏว่าโทรไปสิบกว่าครั้ง กลับไม่มีใครรับสาย จึงมั่นใจว่าถูกหลอกแน่นอน
คุณลุงบุญยัง เล่าด้วยว่า ตนเองกับภรรยา ย้ายจาก อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี มาปักหลักในซอยมิตรไมตรี ย่านช้างสามเศียร จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อประกอบอาชีพ “โชเฟอร์แท็กซี่” หาเลี้ยงชีพ และจะพอมีเงินเก็บสะสมบ้างเล็กน้อย เมื่อ 3–4 เดือนที่แล้ว เพิ่งตัดสินใจผ่อน “สามล้อไฟฟ้า” ราคา 18,000 บาท เพื่อให้ภรรยาใช้สำหรับเดินทางในหมู่บ้าน และไปจ่ายตลาด / ที่ผ่านมาจ่ายค่างวดไปแล้ว 3 งวด เหลือผ่อนงวดสุดท้ายอีก 3,000 บาท แต่ตอนนี้ไม่มีส่ง ก็คิดว่าจะต้องยอมคืน “รถสามล้อไฟฟ้า” ให้กับร้านไป เพราะผ่อนไม่ไหว
ทีมข่าวข้นคนข่าว ได้ตรวจสอบเอกสารที่คนร้ายส่งให้คุณลุงบุญยัง พบว่ามีหลายจุดที่เป็นพิรุธ แต่คุณลุงไม่ได้เฉลียวใจตรวจสอบ โดยเอกสารหมายเรียกที่ส่งมา เรียกให้ไปให้การเวลา 5 โมงเย็น มีการสะกดคำผิดหลายจุด ซึ่งโดยปกติเอกสารราชการจะไม่มีความผิดพลาดเช่นนี้
นอกจากนั้น บัตรประจำตัวของ สิบตำรวจเอกหญิง วิไลลักษณ์ บุญมี ตรงลายเซ็น กลับมียศ พันตำรวจเอก ไม่ใช่ สิบตำรวจเอก / หนำซ้ำ สภ.เมืองเชียงราย ก็ยังเขียนผิด ตก ง.งู ซึ่งถ้าเป็นบัตรจริง จะไม่มีทางผิดได้ขนาดนี้
ถือเป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกคนในสังคม ให้รอบคอบ อย่าใจเร็วโอนเงินจากใครก็ไม่รู้ที่โทรมา และท่องไว้เสมอว่า ตำรวจ หรือข้าราชการไทย ไม่ได้ใจดีส่งหมายเรียก หมายจับ ทางไลน์ หรือแสดงความเป็นห่วงเราว่าจะถูกดำเนินคดีแน่นอน / ถ้ามีใครอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ และดีกับเราขนาดนั้น สุดท้ายจบที่การโอนเงิน ขอให้คิดไว้เลยว่าเป็นเรื่องหลอกลวง และเป็นมิจฉาชีพแน่นอน