กระทั่งเวลา 19.00 น. ได้รับวิทยุเเจ้งจากลูกข่ายยานนาวา ให้ช่วยมาเปิดประตูรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ มีคนเมาสุราให้หน่อย เหตุเกิดตั้งเเต่ช่วงเย็นเเล้ว เเต่ตำรวจยังเปิดประตูรถไม่ได้ ตนเเละเพื่อน อีก 1 คน จึงรีบไปที่ สน.ยานนาวา ซึ่งก็พบว่า รถฟอร์จูนเนอร์ถูกนำมาจอดอยู่เเล้ว ไปถึงก็เวลา 20.00 น. กว่า ๆ นำไฟฉายส่องดูในรถพบว่า ชายในรถส่ายหัวไปมาเหมือนอาการคนมึนเมา และอาเจียรออกมาเต็มบริเวณหน้าตัก
กู้ภัยชี้ช้าเพราะคู่กรณี ให้เปล่าเเอลกอฮอล์
จากนั้นตำรวจขอให้เปิดประตูรถ ตนก็ใช้เวลานานเกือบ 15 นาที กว่าจะเปิดประตูรถได้ จากนั้นก็ลดบานกระจกลงทั้ง 4 บาน ถามตำรวจว่าจะเอาอย่างไรต่อ ทางจราจรก็บอกว่าให้รอร้อยเวรก่อน ซึงเวลานั้นเป็นช่วงคุยกับญาติ อีกเกือบ 15 นาที จากนั้นรอยเวรจึงเเจ้งให้กู้ภัยนำคนขับรถฟอร์จูนเนอร์ ขึ้นมาบน สน. ตนจึงช่วยกับตำรวจจราจร หิ้วปีกนายกฤษณ์ ขึ้นไปบน สน.
คุณเล็ก เล่าว่า เวลานั้นตนไม่มั่นใจว่า คนขับนั้นเมาหรือไม่ รอคำสั่งจากร้อยเวรเพียงอย่างเดียว เพราะเขาจะเป่าเเอลกอฮอล์อย่างเดียว เเต่ตอนนั้นก็ไม่ได้กลิ่นเเอลกอฮอล มีเเต่กลิ่นอ้วก ตนก็ดมเเล้วไม่มีกลิ่นของมึนเมา จึงเดินไปถามคู่กรณีที่ถูกเฉี่ยวชนด้วยว่า เขาเมาจริงหรือ? เเต่คู่กรณีก็บอกว่า อย่างไรก็ต้องเป่าให้เห็น เขาอยากรู้ว่าเมาหรือเปล่า
"ยืนยันว่าไม่มีใครปล่อยปะละเลย ซึ่งเคสนี้ตนก็อยากจะรีบนำส่ง เเต่ก็ต้องรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ รอพยานปากเอก คือคู่กรณี เขาอยากรู้ว่าเมาหรือไม่ ซึ่งมีผู้เสียหาย 4-5 คน มีทั้งชาวบ้าน รถรับจ้างขนส่ง ก็เลยช้า"