พล.ต.ต.วรพงศ์ คำลือ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตาม และ ขยายผลจับกุมเครือข่ายยาเสพติด นายเลาป่า มานานกว่า 2 ปี โดยการจับกุมเครือข่ายของผู้ต้องหารายนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามมาตั้งแต่ปี 2563 โดยพบพฤติกรรมการลักลอบขนยาเสพติดล็อตใหญ่มานาน และมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่ถูกจับกุมในพื้นที่จังหวัดสิงหบุรี และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนหน้านี้ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 2 ล้านเม็ด และเป็นเครือข่ายของเลาปา หรือโด้ ที่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่จังหวัดลำปาง
ต่อมาจากการติดตามพบว่า มีการลักลอบตามลำน้ำโขง พื้นที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย แล้วมีการลักลอบไปตามลำน้ำ กระทั่งนำยาเสพติดดังกล่าวเข้ามาพื้นที่ตอนในของประเทศโดยกลุ่มนี้ เคยถูกจับกุมอย่างต่อเนื่อง และหายไปช่วงหนึ่ง ก่อนจะเริ่ม กลับมา อีกครั้ง โดยสังเกตจาก การแพค และสัญลักษณ์ จะมี 4ดาว และตัวอักษร KKK
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค5 เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ทางตำรวจได้ติดตามและจับกุมเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เน้นยังให้ ทุกหน่วยในสังกัดตำรวจภูธรภาค5 ทำงานอย่าง เข้มข้นขึ้น เพราะ สถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน มีผลอย่างยิ่ง กับการผลิตยาบ้า ของชนกลุ่มน้อย เพราะ ปัจจัยหลัก คือเรื่องเงินที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะสงคราม จึงต้องเน้นย้ำทุกหน่วย สกัดกั้นการลักลอบ ลำเลียงยาบ้าเข้าประเทศไทยทุกช่องทาง
สำหรับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 – 10 กรกฎาคม 2565 ทางตำรวจภูธรภาค 5 ได้จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดไปแล้ว จำนวน 26,361 คดี แยกเป็นคดีรายสำคัญ จำนวน 129 คดี ผู้ต้องหารวม 21,914 ราย ตรวจยึดของกลางยาเสพติดยาบ้า 143,971,931 เม็ด ไอซ์ 712 กิโลกรัม เฮโรอีน 48 กิโลกรัม ฝิ่น 194 กิโลกรัม และเคตามีน 151 กิโลกรัม ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติดมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 570 ล้านบาท
ข่าว/ภาพ: วสันต์ ปัญญาเรือน สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคเหนือ