พล.อ.ประวิตร ยังได้กำชับกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะ จังหวัด และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้บูรณาการทำงาน ร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันอุบัติภัยในภาพรวมของประเทศให้เป็นเอกภาพ มุ่งสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยของประเทศไปสู่ระดับที่สูงขึ้น และสร้างการรับรู้แก่ประชาชน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชน มีความปลอดภัยสูงสุด จากอุบัติภัยต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น ได้ในอนาคต
ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนงานด้านการป้องกันอุบัติภัยระดับประเทศจำเป็นต้องอาศัยกลไกการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ จำนวน 8 คณะ ได้แก่
1) คณะอนุกรรมการจัดทำนโยบาย มาตรการ และแนวทางเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติ
2) คณะอนุกรรมการป้องกันอุบัติภัยจากการจราจรทางน้ำ ทางอากาศ และทางบก
3) คณะอนุกรรมการป้องกันอุบัติภัยเนื่องจากการทำงาน
4) คณะอนุกรรมการป้องกันอุบัติภัยที่เกิดขึ้นในเคหสถานหรือในที่สาธารณะ
5) คณะอนุกรรมการด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อการป้องกันอุบัติภัย
6) คณะอนุกรรมการด้านการบูรณาการข้อมูล วิจัย และนวัตกรรมเพื่อการป้องกันอุบัติภัยอย่างยั่งยืน
7) คณะอนุกรรมการการป้องกันอุบัติภัยจังหวัด
8) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำตามข้อเสนอของสหประชาชาติ
โดยหลังจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) นโยบายการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอความคิดเห็น และจะนำมาเสนอต่อคณะกรรมการป้องกันอุบัติภัยแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นลำดับต่อไป เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนและยกระดับการป้องกันอุบัติภัยของประเทศให้เป็นเอกภาพ ครอบคลุมทุกมิติบนมาตรฐานเดียวกัน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการลดความสูญเสียและความเสียหายจากอุบัติภัยในระดับประเทศได้อย่างยั่งยืน