รวมทั้ง นางดรุณีแก้วก่า อายุ47ปี แม่ค้าร้านอาหารจานเดียว กระเพราถาด ในตลาดโนนสาทร บอกว่า เมื่อก่อนลงทุนซื้ออุปกรณ์ในการนำมาประกอบอาหารร้านอาหารตามสั่ง กระเพราถาด วันละประมาณ6พันกว่าบาท ขณะนี้ต้องเพิ่มเป็นวันละ7-8พันกว่าบาท เพิ่มขึ้นกว่าวันละ1-2พันบาท แต่ก็ยังต้องขายราคาเดิมกระเพราถาดเริ่มต้นที่40บาท/จาน จนไปถึงถาดยัก150บาท ได้ไข่ดาว5ฟอง พร้อมหมูกระเพราเต็มจนล้นถาด ส่วนลูกที่มาอุดหนุนที่ร้าน ยังเหมือนเดิมเพราะร้านยังไม่ปรับราคาปริมาณก็ยังได้เท่าเดิม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษา และคนทำงาน ซึ่งจากนี้ไปเมื่อต้นทุนสูงขึ้นทั้งข้าวสาร ไก่ หมู อาหารทะเล เครื่องปรุง น้ำมันพืช แก๊สหุงต้มราคาสูงขึ้น ก็อยากปรับราคาแต่กลัวลูกค้าหาย ขายไม่ได้ที่ยังพออยู่ได้ในปัจจุบัน เพราะมีลูกค้าประจำมาอุดหนุนในแต่ละวันยังต่อเนื่อง และบางวันมากกว่าเมื่อก่อนเพราะราคาถูก ในราคาเริ่มต้นที่จานละ40บาททุกอย่างกินอร่อยอิ่มท้อง ทำให้มีลูกค้าอุดหนุนยังต่อเนื่อง แต่เหลือกำไรน้อยลง แต่พออยู่ได้ ก็ยังจะขอขายราคานี้ไปจนกว่าจะสู้ไม่ไหว หากมีราคาต้นทุนสูงมากไปกว่านี้อีกก็จำเป็นต้องขอปรับราคาขึ้นในบางอย่างที่จำเป็นด้วยเช่นกัน และอยากให้ลูกค้าเห็นใจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหาต้นทุนสินค้ายังสูงขึ้นไม่หยุดแบบนี้หากยังสูงไม่หยุดอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว
ขณะที่บรรยากาศลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาย่านกลางเมืองชัยภูมิ บอกว่า อยากให้คงราคาอาหารตามสั่งและปริมาณเท่าเดิมหากลดลงก็จะกินไม่อิ่มท้อง และเพราะหากปรับขึ้นราคาก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากไหนและเป็นภาระต่อครอบครัวที่ส่งตัวเองมาเรียนก็ยิ่งหนักเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะรายได้พ่อแม่ในแต่ละวันก็มีรายรับเท่าเดิม แต่รายจ่ายมาเพิ่มขึ้นครอบครัวก็ยังจะยากลำบากมากขึ้นไปอีก
ภาพ/ข่าว: สุทธิพงศ์ เสฎฐรังสี สำนักข่าวเนชั่น จ.ชัยภูมิ