หวั่นเสรีกัญชากระทบเยาวชนหนัก หลังตลาดซื้อขายกัญชาขยายตัวถึง 450%
03 ก.ค. 2565 | thamsathit_pol

"ธิดารัตน์-ไทยสร้างไทย" หวั่นเสรีกัญชากระทบเยาวชนหนัก หลังตลาดซื้อขายกัญชาขยายตัวถึง 450% ชี้ต้องมีมาตรการเชิงรุกป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงกัญชาได้
ข่าว
03 ก.ค. 2565 | thamsathit_pol

"ธิดารัตน์-ไทยสร้างไทย" หวั่นเสรีกัญชากระทบเยาวชนหนัก หลังตลาดซื้อขายกัญชาขยายตัวถึง 450% ชี้ต้องมีมาตรการเชิงรุกป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงกัญชาได้
เมื่อวันที่ 3 ก.ค.65 นางสาวธิดารัตน์ ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พรรคไทยสร้างไทย ให้ความเห็นในประเด็นการเปิดเสรีกัญชาว่าเนื่องจากปัจจุบันมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้เฉพาะตัวสารสกัดจากกัญชาและกัญชง (พืชสกุล Cannabis) ยังคงเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ส่งผลให้กัญชาไม่ถือเป็นยาเสพติด แต่ยังไม่มีการประกาศใช้ พ.ร.บ.กัญชาอย่างเป็นทางการ เท่ากับว่าปัจจุบันรัฐกลับปล่อยให้มีการซื้อขายกัญชาได้อย่างเสรี แต่ไม่มีเครื่องมือทางกฎหมายในการควบคุมการใช้กัญชาในทางที่ผิด
จึงมีความกังวลถึงการใช้กัญชานอกเหนือไปจากการใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะการใช้กัญชาในเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งในปี 2564 พบวัยรุ่นใช้กัญชามากถึง 1.89 ล้านคน ซึ่งควรมีมาตรการเชิงรุกในการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงกัญชาได้
ผลกระทบจากการใช้กัญชาในเยาวชน นอกจากอาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือความผิดปกติต่อร่างกายเมื่อได้รับเข้าไปแล้ว งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังชี้ให้เห็นว่าการใช้กัญชาในเยาวชนยังส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการเรียนรู้ สมาธิและความจำของเด็กในระยะยาว เพิ่มความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปเป็นการเสพติดกัญชาเรื้อรัง เพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดอาการทางจิตเภทอื่นๆ ที่เป็นผลมาจากสารออกฤทธิ์ในกัญชาตามมา เฉพาะหลังจากเปิดเสรีกัญชาไม่กี่วันก็มีเยาวชนที่ต้องรับการรักษาเนื่องจากผลของการใช้กัญชาแล้วหลายกรณี และพบผู้เสียชีวิตที่มีประวัติการใช้กัญชาอีกด้วย
ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบัน สถานศึกษาถือเป็นด่านหน้าที่จำเป็นต้องป้องกันไม่ให้มีกัญชาหรือมีการใช้กัญชาในหมู่เยาวชน อย่างที่กระทรวงศึกษาธิการและกรุงเทพมหานครได้ออกประกาศที่ห้ามมิให้โรงเรียนในสังกัดใช้กัญชากับนักเรียนและบุคลากรโดยเด็ดขาด ห้ามมิให้นักเรียนและบุคลากรใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการ และสนับสนุนให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนและกิจกรรมเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกัญชา
อย่างไรก็ดี อีกเรื่องที่ยังน่ากังวลคือเยาวชนยังคงสามารถเข้าถึงกัญชาจากแหล่งอื่นๆ นอกสถานศึกษาได้ โดยเฉพาะการซื้อขายทางออนไลน์ที่สถานศึกษาเข้าไปควบคุมได้ยาก ซึ่งในปี 2564 ตลาดซื้อขายกัญชาขยายตัวถึง 450% เทียบกับปีก่อนหน้า รวมไปถึงมาตรการดูแลนักเรียนนักศึกษาที่ใช้กัญชาหรือเจ็บป่วยจากการใช้กัญชาในระยะยาวที่ยังไม่ชัดเจน
"เพื่อให้เยาวชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้น้อยที่สุดหรือยากที่สุด สถานศึกษาควรกวดขันไม่ให้มีการใช้กัญชาภายในสถานศึกษา และควรดำเนินบทบาทเชิงรุกโดยร่วมมือกับผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานรัฐอื่นๆ โดยเฉพาะหน่วยงานสาธารณสุขและตำรวจ ในการทำความเข้าใจว่ากัญชานั้นเป็นอันตรายกับเยาวชน ร่วมมือสอดส่องดูแลไม่ให้เยาวชนเข้าถึงหรือใช้กัญชาได้ในครอบครัวหรือชุมชน และช่วยเหลือเยาวชนที่ได้รับผลข้างเคียงจากการใช้กัญชา รวมไปถึงรัฐบาลที่ควรเร่งออก พรบ. กัญชา เพื่อประโยชน์ในการปกป้องสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่จะเป็นกำลังหลักของชาติต่อไป" นางสาวธิดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย