เช้าวันต่อมา (25 มิ.ย. 2565) เพื่อนผู้ต้องขังสังเกตว่า พลพลมีอาการ #อาเจียน ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าตรู่ นอกจากนี้ยังมีอาการมึนงง สับสน หน้าซีด และพูดจาไม่ได้ความ ซึ่งเป็นอาการที่ผิดปกติ เพื่อนอีก 10 คนจึงพากันคาดคั้นความจริงจากเขาว่า อาการอาเจียนมาจากสาเหตุใดกันแน่ และทุกคนพากันตรวจค้นที่นอนของพลพล กระทั่งพบว่า ใต้ผ้าปูนอนของเขามีแผงยาพาราที่ถูกแกะเม็ดยาออกไปแล้วจำนวนหลายสิบแผงด้วยกัน
เขาจึงยอมรับสารภาพว่า “#พยายามฆ่าตัวตาย” ด้วยการกินยาพาราเข้าไปหลายสิบเม็ดในกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อนผู้ต้องขังจึงรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รับทราบ
ในช่วงเย็นของวันนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงพาตัวพลพลไปล้างท้องที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ จากนั้นเพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นๆ ก็ไม่ทราบความคืบหน้าของพลพลอีกเลย แม้วันนี้ทนายจะไปทวงถามคำตอบเกี่ยวกับอาการของพลพลหลังถูกส่งไปโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ว่า “#จนถึงขณะนี้พลพลปลอดภัยดีหรือไม่”
ธีรวิทย์เล่าให้ฟังว่า หลังพลพลถูกขังในคดีนี้เขาคือคนเดียวที่มี ‘#อาการเครียดหนักมากที่สุด’ พลพลเคยเล่าให้ธีรวิทย์ฟังว่า วันที่เลือกเข้าแสดงตัวกับตำรวจ ทั้งๆ ที่ไม่มีหมายจับใด ๆ เป็นเพราะว่าพลพลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าไม่ได้เป็นผู้ลงมือก่อเหตุตามที่ถูกกล่าวหาแน่นอน แต่ทว่าเขากลับถูกดำเนินคดีและศาลก็อนุญาตให้ฝากขังจนถึงทุกวันนี้
อีกอย่างหนึ่งพลพลเพิ่งอายุได้เพียง 20 ปีเท่านั้น ในสายตาของธีรวิทย์ พลพลคือเยาวชนคนหนึ่ง หลังถูกขัง พลพลชอบพูดในทำนองสิ้นหวัง เสียใจ และพูดบ่อยๆ ว่า “#อยากตาย” หลายครั้งเขานิ่งเงียบอยู่ในมุมห้องและร้องไห้คนเดียวด้วย
ด้านเพื่อนผู้ต้องขังทะลุแก็สคนอื่น ๆ ต่างก็มีอาการเครียดไม่แพ้กัน แทบทุกคนกินอาหารได้น้อยลงเพียงวันละ 1 มื้อ หรือบางวันก็ไม่กินเลย มีความกังวล วิตก โดยยังพบว่ามีเพื่อนผู้ต้องขัง 2 ราย คือ #พุฒิพงศ์ และ #ใบบุญ ได้ #กรีดแขนตนเอง เพื่อประท้วงที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังพวกเขาทุกคนและมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว โดยพวกเขาใช้ฝาปลากระป๋องกรีดหน้าแขนตัวเองมากกว่า 10 แผล ยาวตั้งแต่บริเวณข้อมือมาจนถึงข้อศอก
นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องขังอีก 1 ราย คือ #ธีรวิทย์ ทำการ #อดอาหารประท้วง มาตั้งแต่วันที่ 18 มิ.ย. 2565 เพื่อทวงคืนความยุติธรรมเช่นกัน โดยกินแต่น้ำเปล่าและเกลือแร่เท่านั้น ขณะนี้พบว่าเขามีอาการอ่อนแรงมาก หน้าซีด ซูบผอมจากเดิม ขนาดต้องใช้วิธี ‘#คลาน’ แทนการเดิน เพราะไม่มีแรงจะเดินได้แล้ว หากจะเดินต้องมีเพื่อนคอยพยุงสองข้างเท่านั้น
สำหรับ “พลพล” ถูกกล่าวหาจากการเผารถยนต์ตำรวจ สน.ดินแดง หลังเหตุการณ์ชุมนุม #ราษฎรเดินไล่ตู่ หรือ #ม็อบ11มิถุนา65 โดยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2565 พลพลเดินทางไปแสดงความบริสุทธิ์กับตำรวจที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
.
แต่กลับถูกตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 5 ข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับผู้ต้องหา 4 รายแรกในคดีนี้ โดยที่คนอื่นๆ ตำรวจมีการขอศาลออกหมายจับ แต่กรณีของพลพลยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่อย่างใด
.
ในคืนนั้นพลพลไม่ได้ถูกควบคุมตัวไว้ เนื่องจากไม่มีหมายจับ ตำรวจจึงไม่มีอำนาจควบคุมตัวไว้ แต่ได้นัดหมายเขาไปยื่นขอฝากขังต่อศาลอาญาในวันรุ่งขึ้น และศาลได้อนุญาตให้ฝากขังมาตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. 2565 จนถึงปัจจุบัน
ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ทะลุแก๊ซ - Thalugaz ได้โพสต์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ระบุว่า
หนึ่งในนั้นไม่ได้เผารถ แต่ถูกจับเข้าคุกโดยไม่เป็นธรรม ถ้าสุดท้ายแล้วไม่ได้มีความผิดตามข้อกล่าวหา ใครจะเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างที่สูญเสียไป ทั้งเวลา อนาคต และชีวิต
พร้อมยังระบุ อย่าให้มีความสูญเสียเกิดขึ้นเพื่อสังเวยให้กับความอยุติธรรมเลย มวลชนอิสระขอเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวให้ทุกคน
ถึงแม้ว่าตอนนี้ทุกคนจะพ้นขีดอันตรายและกำลังรักษาตัวอยู่ที่รพ. แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีครั้งต่อไป ดังนั้นถ้าพวกมึงดูแลไม่ได้ ก็ขอเรียกร้องให้ #คืนอิสรภาพพี่น้องกูทุกคน
รวมถึงก่อนหน้านี้ยังระบุว่า เนื่องจากผู้ชุมนุมม็อบทะลุแก๊ซส่วนใหญ่จะเป็นโรคซึมเศร้าและมีอาการ PTSD มีปัจจัยจากสภาวะเครียดเพราะเรื่องปากท้องและครอบครัว ประกอบกับพบเจอเหตุการณ์สะเทือนใจ + ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง ทั้งโดนกระทืบ ทั้งโดนปฏิบัติเหมือนไม่ใช่มนุษย์ จึงทำให้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต อยากให้ทุกคนช่วยติดตามความเคลื่อนไหวและดูแลพี่น้องเราด้วย