ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท บางจากฯ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ระบุ จากกรณีที่ภาครัฐขอความร่วมมือจากกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซธรรมชาติให้นำส่งกำไรส่วนหนึ่งจากค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลและเบนซินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บริษัทก็พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีกฏหมาย และมาตรการต่างๆ ที่ชัดเจน สามารถตอบคำถามผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ถือหุ้นได้ แต่เพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อผู้บริโภค บริษัทได้มีมาตรการช่วยเหลือ เช่น การแจกคูปอง เพื่อแบ่งเบาภาระผู้บริโภค ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และการเพิ่มคุณภาพในการผลิตน้ำมันให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ มองว่าค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นไปตามทิศทางเดียวกับราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นผลมาจากภาวะสงครามรัสเซีย - ยูเครน ทำให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งออกจากประเทศรัสเซีย หายไปจากระบบราว 5 ล้านบาร์เรล แบ่งออกเป็น น้ำมันดิบ 3 ล้านบาร์เรล และน้ำมันใส (ดีเซลและเบนซิน) 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องมองในระยะยาวว่าสงครามที่เกิดขึ้นจะจบลงเมื่อใด
สำหรับกำลังการกลั่นในปี 2565 คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเกิน 102% หรือคิดเป็นปริมาณการการอยู่ที่ 1.22-1.23 แสนบาร์เรลต่อวัน และในปีนี้บริษัทไม่มีแผนชัตดาวน์โรงกลั่นแต่อย่างใด ปัจจุบันสัดส่วนผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นของบริษัท แบ่งออกเป็น น้ำมันดีเซล 50% น้ำมันเบนซิน 18% น้ำมัน UCO 20% ก๊าซ LPG 3-4% และน้ำมันเตา 10%