ม.หอการค้าไทย จับมือ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ เปิดเวทีความคิด"โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต” สะท้อนมุมมองนักธุรกิจชี้ชัด Digital Disruption คือตัวเร่งความเปลี่ยนแปลงทุกองค์กรต้องปรับตัวเพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย พีระวัฒน์ โชติธรรมโม ระบุ Digital Disruption มีผลต่อเกมการแข่งขันทางธุรกิจทั่วโลก การเข้ามาของเทคโนโลยีในระยะหลังได้สร้างผลกระทบต่ออุตสาหกรรมแทบทั้งหมด มีการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และข้อมูลขนาดใหญ่ เครือข่ายการเชื่อมต่อความเร็วสูง 5G-6G และเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ทำให้เป็นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งถือได้ว่าเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก กลาง ใหญ่ ได้พัฒนานวัตกรรม ทำให้ผู้ประกอบการสร้างบริการใหม่ ๆ ผ่านโลกดิจิทัลได้

 

ดิสรัปใหญ่เกิดกับธุรกิจสื่อ คือ การประมูลทีวีดิจิทัลและการประมูลคลื่นความถี่ 3G 4G เป็นตัวเร่งดิสรัปชั่น เพราะเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำเปิดเส้นทางใหม่ให้โลกสื่อ และมีผู้เล่นมากมายที่ทรงพลานุภาพขึ้น สื่อต้องทำความเข้าใจแพลตฟอร์มที่หลากหลาย รู้จักผู้บริโภคให้มาก เพื่อสร้างสรรค์คอนเทนต์ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ โดยคอนเทนต์คุณภาพ (Content is King) ยังเป็นกุญแจความสำเร็จของสื่อ ผู้บริโภคจำนวนมากยังต้องการคอนเทนต์น้ำดี

ด้านกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ ระบุ บริษัทเชื่อในเรื่องของการสร้างความแตกต่างมาโดยตลอดซึ่ง TRUE เติบโตมาจากอันดับ 3 จนมาสู่อันดับ 2 มาจากการยอมรับของผู้บริโภค ซึ่งสิ่งที่บริษัทสร้างความแตกต่างคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง และยังร่วมมือกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ อีกมากมาย

 

กรณีความมีกังวลต่อการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE กับ DTAC จะทำให้ค่าบริการสื่อสารของประชาชนปรับตัวเพิ่มขึ้น ว่า ไม่มีผลต่อเรื่องค่าบริการ เนื่องการกำกับดูแลของไทยมีความเข้มข้นอย่างมาก สำนักงาน กสทช.มีมาตรการกำหนดด้านราคาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเชื่อว่าราคาค่าบริการมีแต่จะลดลง นอกจากนี้ด้านการแข่งขันที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้นอาจจะทำให้ราคาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคอีกด้วย

ขณะที่กรณีที่หลายภาคส่วนมีความกังวลถึงการควบรวมจะเป็นการผูกขาดตลาดมากเกินไปนั้น ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสารมากมายทั้งผ่านโซเชียล,อีเมล์,ไลน์ต่างๆ เพราะฉะนั้นมองว่าการสื่อสารไม่ใช่แค่โทรคมนาคม มีผู้เล่นอยู่ในตลาดสื่อสารทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ 3 หรือ 4 ราย แต่เป็น 10 ราย อาทิ LINE,WhatsApp,FaceBook ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าบริษัททั้งนั้นและเป็นช่องทางการสื่อสารด้วยกันทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการที่ 2 รายในจำนวนทั้งหมด 10 ราย มาควบรวมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ ในตลาด จึงคิดว่าห่างไกลกับการครอบงำตลาด แต่เชื่อว่าจะทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ในตลาดมากขึ้น

 

ดังนั้น เมื่อมีองค์กรไทยมีความแข็งแกร่งมากขึ้นในการทำงานร่วมกับพันธมิตรจะทำให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศน์ที่แข็งแกร่งขึ้นและเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น เพราะบริษัทมีความเชื่อว่าสังคมต้องมาก่อนและเมื่อประโยชน์ของสังคมได้แล้วในที่สุดธุรกิจที่จะได้ตามมาเอง การที่บริษัทจะสร้างความแข็งแกร่งผ่านการร่วมมือดังกล่าว มองจะเป็นทางเลือกที่สำคัญให้กับผู้บริโภคและจะทำให้บริษัทเล่นอยู่ในระดับเดียวกันกับที่ทั้งโลกเข้ามาเมืองไทย

 

ด้าน Senior Vice President เทเลนอร์กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชีย  Mr. Jon OmundRevhaug (จอน โอมุนด์เรฟฮัก) ระบุ ปฎิเสธไม่ได้ว่าดิจิทัลเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตของเศรษฐกิจของทั่วโลก โควิด19 เป็นตัวเร่งให้ทั่วโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทเลนอร์กรุ๊ป ต้องการเป็นส่วนสำคัญการก้าวไปสู่ดิจิทัลอย่างเต็มที่ในประเทศไทย ส่วนที่ให้ความสำคัญคือ SMEs ที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านดิจิทัลในการพัฒนาต่อยอดธุรกิจของตนเอง SMEs จะโตและแข่งขันได้ต้องเข้าสู่ยุคดิจิทัล เทเลนอร์จะลงทุนในเอเชียรวมถึงประเทศไทยต่อไปอย่างแน่นอน โดยจะสร้างบุคลากร เทคโนโลยี ในประเทศไทยและนำประโยชน์จากการเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีความแข็งแกร่ง มีเทคโนโลยีระดับโลกที่มาเสริมกับสิ่งที่ทำในประเทศไทย

 

เทเลนอร์สนใจที่จะลงทุนในไทยเพิ่มเติม ศักยภาพของ 5G สามารถสร้างโอกาสใหม่ๆเพิ่มขึ้นได้อีกมากไม่ใช่เพียงแค่ความเร็วของอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่สามารถส่งเสริมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตาม การลงทุนของบริษัทจะต้องมั่นใจได้ว่ากฎกติกา กฎหมาย ของประเทศไทยจะต้องเอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติ ต้องมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงหลังจากลงทุนแล้ว ต้องมีความชัดเจน ต่อเนื่อง เป็นธรรมต่อนักลงทุนและผู้บริโภคพร้อมๆ กันไปด้วย