สรุปดราม่า “พระอาจารย์แจ้” พร้อมทำความรู้จักคือใคร ?
22 มิ.ย. 2565
สรุปดราม่า “พระอาจารย์แจ้” กรณีทำพิธีสักยันต์ ผลิตวัตถุมงคล พร้อมเปิดประวัติเป็นใครมาจากไหน ด้าน “ทิดไพรวัลย์” ลั่น “ถอดจีวรออกมาเถอะ”
ข่าว
22 มิ.ย. 2565
สรุปดราม่า “พระอาจารย์แจ้” กรณีทำพิธีสักยันต์ ผลิตวัตถุมงคล พร้อมเปิดประวัติเป็นใครมาจากไหน ด้าน “ทิดไพรวัลย์” ลั่น “ถอดจีวรออกมาเถอะ”
เรียกว่าขณะนี้กำลังมีดราม่า “วงการสงฆ์” ให้สังคมได้จับตาอีกครั้งสำหรับกรณี “พระแจ้” หรือ พระตะวัน อิทฺธิโชโต วัดน้อมประชาสรรค์ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งกำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมว่าเป็นกิจของสงฆ์หรือไม่จากกรณีที่พิธีสักยันต์ ผลิตวัตถุมงคล ทั้งที่บวชเป็นพระได้ราว 3 พรรษา โดยเฉพาะประเด็นการผลิตวัตถุมงคล หลวงพ่อกวย ชุตินธโร พระเกจิชื่อดัง วัดโฆสิตาราม อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท ออกมาจำหน่ายและให้เช่าบูชา โดยอ้างว่าเป็นผู้สืบทอดวิชาการอาบน้ำมนต์จากหลวงพ่อกวยรวมถึงการสักยันต์ การทำยาสมุนไพรเพื่อโควิด-19
จนกระทั่งต่อมา วัดโฆสิตาราม ประกาศยืนยันว่าไม่ได้อนุญาตให้วัดน้อมประชาสรรค์จัดสร้างวัตถุมงคล รูปถ่าย หลวงพ่อกวย และทางวัดไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกิจกรรมใด ๆ ของวัดน้อมประชาสรรค์ ขณะเดียวกันพบว่า วัดน้อมประชาสรรค์ มีการผลิตวัตถุมงคล พระอาจารย์แจ้ ด้วยเช่นกัน
โดยประกาศแจ้งจากทางวัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย ชุตินธโร) ต.บางขุด อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท มีดังนี้
“วัดโฆสิตาราม (หลวงพ่อกวย ชุตินธโร) ต.บางขุด อ.สรรค์บุรี จ.ชัยนาท “เรื่อง วัตถุมงคล รูปถ่าย หลวงพ่อกวย ชุตินธโร ที่วัดน้อมประชาสรรค์ จัดสร้างและจำหน่าย โดยทางวัดโฆสิตารามไม่ได้อนุญาติ และทางวัดโฆสิตารามไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับบุคคลใดๆ หรือกิจกรรมใดๆ ของวัดน้อมประชาสรรค์ ทางวัดโฆสิตาราม ขอแจ้งให้ศิษย์ทราบ โดยทั่วกันว่า ทางวัดโฆสิตาราม ไม่มีการทำพิธี การอาบน้ำมนต์ หรือพิธีการสักยันต์ใดๆ ทั้งสิ้น จึงแจ้งมาให้ศิษย์ยานุศิษย์ของ หลวงพ่อกวย ชุตินธโร ทราบโดยทั่วกัน”
สำหรับประเด็นนี้ “พระแจ้” ได้มีการออกมาชี้แจงและมีการเผยแพร่คลิปผ่านเฟซบุ๊ก “คุณท้าวศรีสุวรรณภิรมย์ภักดี” เผยคลิปของพระอาจารย์แจ้ ที่ตอบคำถามลูกศิษย์ เรื่องมีคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า “ถ้าถามคำถามนี้นะ ต้องย้อนถามกลับไปว่า คนที่ถามทำได้อย่างกูหรือเปล่า ถ้าเกิดมาหายใจทิ้งบนสังคมบนโลกนี้ไปวัน ๆ ก็หุบปาก เอากระจกส่องหน้ารึส่องเงาตัวเองบ้าง ติคนอื่นได้ แต่ต้องติตัวเองก่อนว่าตัวเองดีขนาดไหน เกิดมาในแผ่นดินแล้ว เหยียบแผ่นดินแล้วให้หนักแผ่นดิน ทำคุณงามความดีอะไรให้กับแผ่นดินบ้าง ถ้าทำคุณงามความดี ตอบแทนคุณแผ่นดินไม่ได้ ช่วยเหลือสังคมไม่ได้ ก็อย่าไปติใครเขาเลย ถ้ารู้มาก เขาเรียกว่าคนรู้มาก สักแต่ว่ารู้แต่กูทำไม่ได้ จริงไหม จบดอกเตอร์ลองให้มานั่งสักยันต์สิทำได้ไหม จบปริญญาเอก ปริญญาตรี มีจิตใจอาสาช่วยเหลือสังคมบ้างไหม”
โดยจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปยิ่งกลับทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางลบยิ่งกล่าวเดิมขณะที่บางส่วนก็ตั้งคำถามและอยากรู้ว่า “พระแจ้” คือใคร มาจากไหน ?
สำหรับ “พระแจ้” มีชื่อว่า “พระตะวัน อิทฺธิโชโต” พระลูกวัดน้อมประชาสรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันอายุ 33 ปี พื้นฐานครอบครัวยากจน เดิมทีเป็นเด็กวัดอยู่วัดน้อมประชาสรรค์ ตั้งแต่ป.4 เคยบวชเณรเมื่ออายุ 20 ปี โดยบวชเพียง 1 เดือน จากนั้นเมื่อปี 2558 ได้บวชพระเป็นระยะเวลา 1 พรรษา ต่อมาในปี 2562 ได้กลับมาบวชพระอีกครั้ง รวมระยะเวลาการบวชราว 3 พรรษาจนกระทั่งเป็นที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้
อย่างไรก็ตามจากดราม่าดังกล่าวอดีตพระนักเทศน์ชื่อดังอย่าง “ไพรวัลย์ วรรณบุตร” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อนดังนี้ “ถอดจีวรออกมาค่ะ แล้วมาบำรุงเลี้ยงดูมารดาบิดา ถ้าไม่ถึงพระพุทธเจ้าเป็นบรมสรณะ ก็อย่าประพฤติตนเป็นผู้ไม่มียางอาย อาศัยผ้ากาสาวพัตร์ของพระพุทธเจ้า เลี้ยงชีพค่ะ ดิฉันนึกถึงคำโบราณาจารย์ท่านว่า บวชแล้วมิศึกษา ไม่ต่างจากกระบือตาบอดเที่ยวไปในป่า ลำพังตัวกระบือตาบอดตัวเดียว ไม่น่ากลัวน่ากับกระบือตัวนั้นดันเป็นจ่าฝูง แล้วเที่ยวนำกระบือตัวอื่นไปสู่บ่อสู่เหวด้วย นี่ดิฉันไม่ได้กล่าวเอง พระโบราณาจารย์ท่านสอน ท่านเตือนไว้”
“บวชแล้วต้องศึกษาเรียนรู้พระศาสนธรรมค่ะ เพราะท่านไม่ได้เป็นแค่บุตรของยายมีตามาอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ท่านกำลังปวารณาตัวเป็นสมณะศายกบุตร เป็นลูกของพระพุทธเจ้า ท่านต้องรับใช้พระศาสนา หลวงปู่ปัญญากล่าวไว้น่าฟังว่า พวกอาศัยคุณอาศัยบารมีของพระรัตนตรัยเลี้ยงชีพ แต่ดันไปศรัทธาหรือบูชาสิ่งอื่นนอกเหนือไปจากไตรสรณะ สมณะพวกนั้น เป็นพวกอกตัญญู เป็นพวกทรยศพระศาสนาค่ะ”
“อยากทำเดรัจฉานวิชาไม่มีใครว่า แต่ต้องสึกมาทำค่ะ ถ้าไม่เลื่อมใสในพระศาสนาอย่างใจจริง ต้องคืนผ้ากาสาวพัตร์แล้วกลับไปเป็นฤษีร่างทรงเหมือนเดิมค่ะ อันนี้จึงเรียกว่าไม่ผิด แล้วอยู่ถูกที่ในลัทธิที่ตนนับถือบูชา ไม่แปลกใจที่ บวชแค่ 2-3 พรรษา คนก็ยกเป็นครูอาจารย์ ทั้งที่ยังเป็นเด็กอ่อนไม่หย่านมในทางพระธรรมวินัย แต่แปลกใจว่า ตอนบรรพชา ท่านกล่าวถึงใครเป็นสรณะที่พึ่งอันสูงสุดคะ อุปัชฌาย์อาจารย์ ไม่สั่งไม่สอนให้ว่า พุทธัง สะระณัง คจฺฉามิ หรอคะ ฝากพระอุปัชฌาย์ของพระนวกะรูปนี้ อบรมสั่งสอนท่านให้มีสัมมาทิฎฐิ และกลับมาศึกษาในทางพระศาสนธรรมด้วยค่ะ อันนี้พูดด้วยความปรารถนาดีในฐานะของอุบาสกนะคะ ดิฉันว่า ท่านยังกลับตัวแก้ทิฏฐิได้ ปล. ถ้าท่านไม่เชื่อว่า พระพุทธเจ้ากำลังเลี้ยงท่านอยู่ หรือที่ท่านมีอาหารเลี้ยงชีพได้อยู่ตอนนี้ เพราะบารมีของพระพุทธเจ้า ท่านลองใส่ชุดฤาษีออกบิณฑบาตดูสิครับ”
