นายชัชชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ ก่อนการประชุมว่า นโยบายผู้ว่าสัญจร คือนโยบายที่ลงมารับฟังปัญหาเร่งด่วนของทุกเขตทั่วกทม. โดยใช้คลองเตยเป็นเขตแรก เนื่องจากเป็นชุมชนแออัดที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ และมีปัญหามาก เพื่อขับเคลื่อนเป็นต้นแบบการแก้ไขไปยังชุมชนอื่น ซึ่งขณะนี้ มีเรื่องรับแจ้งมากกว่า 20,000 เรื่องและสามารถแก้ไขไปแล้วกว่า 3,000 เรื่อง พร้อมยอมรับว่า อาจจะมีบางเรื่องที่กทม.ขับเคลื่อนเองไม่ได้เนื่องจากไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง ก็จะดำเนินการประสานงานเพื่อร่วมแก้ไขปัญหา
ส่วนพื้นที่ของสำนักงานเขตคลองเตย ได้มีผู้ร้องเรียนกว่า 900 เรื่อง และเขตรับเรื่องแล้วกว่า 600 เรื่องแก้ไขแล้วเสร็จ 142 เรื่อง โดยการนำระบบทราฟฟี่ฟองดูร์ (Traffy Fondue)เข้ามารวบรวมปัญหา ถือเป็นมิติใหม่ที่ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว อีกทั้งยังให้มีประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบ ซึ่งหลายเรื่องเป็นปัญหาละเอียดอ่อน ที่สะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น อาทิ ปัญหาคนไร้บ้านและประชาชนไม่มีรายได้
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ได้สั่งให้กทม.สำรวจปัญหาหมวกกันน็อกของเด็กหลังพบว่า หลังจากเปิดเทอม เด็กส่วนใหญ่โดยสารรถจักรยานยนต์และไม่สวมใส่หมวกกันน็อก ซึ่งจากการสำรวจมีความต้องการกว่า 120,000 ใบ จากเด็ก 270,000 คน ซึ่งในขั้นต้น กทม.อาจจะขอความร่วมมือจากภาคเอกชนที่สนใจทำCSR ก่อนเพราะยังไม่อยากใช้งบประมาณ เพื่อให้เยาวชนของชาติ มีความปลอดภัย เช่นเดียวกับกทม.จะเป็นตัวกลางสร้างแพลตฟอร์มเสริมสร้างความรู้ให้กับประชาชน ช่วยให้เกิดการจ้างงาน ซึ่งอาจจะมีการเทรนนิ่ง ให้เหมาะสมกับฝีมือ ให้รู้ว่าธุรกิจต้องการอะไรออกใบเซอร์รับรองฝีมือและมีพฤติกรรมที่ดี