ภายหลังนายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน อายุ 35 ปีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” คดีฆ่า 2 สามีภรรยายัดรถหรูที่ไต้หวันได้เข้ามอบตัวกับทางตำรวจ ล่าสุดนายสันติ ให้การภาคเสธ อ้างว่าก่อนหน้านี้ น.ส.พจนีย์ แซ่หลี่ หรือ มี่ อายุ 35 ปี และ นายประเสริฐ โนราษ อายุ 32 ปี ผู้ตายได้พาตนไปแนะนำให้รู้จักกับแก๊งมาเฟียไต้หวัน กลุ่มหนึ่ง โดยจะให้ตนเป็นคนดูแลประสานงานต่างๆ จึงอยากให้รู้จักกันไว้
จากนั้น ไม่นานทราบว่าผู้ตายกับกลุ่มมาเฟียดังกล่าวเริ่มมีปัญหาทะเลาะขัดแย้งกัน เกี่ยวกับเรื่องหนี้สินที่ผู้ตายติดค้างเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งทางกลุ่มมาเฟียเคยมีการทวงถามมาแล้วหลายครั้ง แต่ผู้ตายยังนิ่งเฉย จนกระทั่งเช้าวันที่ 8 มิ.ย. กลุ่มมาเฟียจึงส่งคนมาหาตนที่ทำงาน ก่อนบังคับให้ติดต่อล่อลวงผู้ตายทั้งสองมาพบยังจุดนัดหมายซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ โดยให้ตนทำทีเป็นอ้างว่ามีธุระจะคุยด้วย
โดยช่วงแรกนัดเจอกันประมาณ 19.00 น. แต่ตอนนั้น ผู้ตายติดธุระ จึงเลื่อนมาพบตอนประมาณ 22.00 น. ซึ่งขณะนั้นกลุ่มมาเฟียได้ส่งชายฉกรรจ์สวมหมวกไอ้โหม่งปิดบังใบหน้ามาเฝ้ารออยู่ด้วย 7 คน เมื่อผู้ตายมาถึงชายฉกรรจ์ดังกล่าวจำนวน 2 คน ก็ได้พาตนกับผู้ตายทั้งสอง เข้าไปในห้อง ส่วนชายฉกรรจ์ที่เหลืออีก 5 คน พร้อมอาวุธปืน ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณหน้าห้อง