นพ.ยงยศ กล่าวว่า แนวคิดการใช้ ร่างประกาศกระทรวงดังกล่าว เพื่อมาควบคุมป้องกันการใช้กัญชาที่ไม่เหมาะสม โดยมุ่งเน้นจำกัดปริมาณการครอบครองกัญชา จากเดิมมีเพียง พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ที่ควบคุมเรื่องเหตุรำคาญจากควันและกลิ่นของกัญชาเท่านั้น
“ เดิม พ.ร.บ.คุ้มครองส่งเสริมภูมิปัญญาทางการแพทย์แผนไทย ฯ ใช้เพื่ออนุรักษ์ สมุนไพร ที่กำลังจะสูญหาย และ มีราคาแพง เช่น กวาวเครือ ก็เคยใช้กฎหมายนี้มาแล้ว แต่ตอนแรกที่ไม่ได้กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเกรงเป็นแค่การเปลี่ยน กรงขังกัญชา จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่เมื่อ นายคำนูญ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิสภา เสนอ สอดคล้องกับทีมที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ สธ. เสนอมาเช่นกัน ก็เห็นควรที่จะนำร่างประกาศดังกล่าว มาอุดช่องโหว่ในช่วงนี้ ”
ส่วนกรณีที่ ผู้ว่าฯกทม. แถลงพบคนเสียชีวิตจากการเสพกัญชาเกินขนาด 1 คน นพ.ยงยศ ยืนยันว่า ถ้าใช้กัญชาทางการแพทย์ไม่มีผลกระทบ จากการรวบรวมข้อมูลการใช้กัญชา ของ สปสช. ในส่วนของน้ำมันกัญชาสูตร อ. เดชา จำนวน 51,000 คน และตำรับยาที่มีส่วนผสมของกัญชา ศุขไสยาศน์ 2,100,000 ครั้ง ก็พบว่าไม่มีใช่เสียชีวิต หรือไม่ได้รับผลกระทบจากกัญชา
ขอย้ำประชาชน หากใช้ถูกวัตถุประสงค์ เช่น เพื่อทางการแพทย์อยู่ในการควบคุมดูแลของแพทย์ก็ไม่ได้รับผลกระทบ แต่หากผิดวัตถุประสงค์เพื่อสันทนาการ ก็อาจได้รับผลกระทบได้ เช่นเดียวกับการบริโภคอาหารที่มีส่วนผสมของกัญชา ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองของ คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ ร้านอาหารที่น่าเชื่อถือ