ด้านประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ลวรณ แสงสนิท ระบุ การเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลให้เกิน 5 ล้านใบ ต้องผ่านการประเมินผลกระทบ ต่อผู้ค้าทั่วไปตามแผงขายสลากใบจริง อาจขายสลากออกได้ยาก และเกิดปัญหาสลากเหลือเต็มแผงได้ รวมถึงปัญหาการขึ้นเงินที่จะพัฒนาให้เพิ่มช่องทางธนาคารผูกกับแอปพลิเคชันให้หลากหลายขึ้น
โดยคณะกรรมการสลากฯ จะประชุมในวันพุธที่ 29 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณาผลการขายสลากงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2565 และวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 โดยยังคงยอดเปิดขายสลากดิจิทัลจำนวน 5 ล้านใบเท่าเดิมก่อน
สำหรับการขยายสลากจำนวนเพิ่มขึ้น จะกระทบต่อผู้ค้าสลากใบจริง อย่างไร ต้องขอประเมินให้รอบคอบก่อน เพื่อความสมดุลของสลากใบจริงและสลากดิจิทัลราคา 80 บาท เพราะอยากแก้ปัญหาสลากเกินราคา และเป็นทางเลือกให้กับประชาชนเท่านั้น กองสลากฯ ไม่ได้ต้องการเปิดขายเพื่อแข่งกับผู้ค้าสลากใบจริง
“อยากให้แผงขายสลากขายเกินราคาปรับตัว โดยกองสลากฯ คำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ไม่ควรเอาเปรียบผู้บริโภคที่ต้องซื้อราคาแพงกว่าความเป็นจริง ยืนยันว่าการขายสลากราคา 80 บาท มีความเหมาะสม ขณะนี้ยังไม่พิจารณาเพิ่มจำนวนสลาก”
นายธนวรรธน์ พลวิชัย โฆษกสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงยอดขายสลากดิจิทัล ราคา 80 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่าที่ได้รับรายงานรับผลตอบรับจากประชาชนดีเกินคาด และคาดว่า 5 ล้านใบน่าจะหมดลงในเวลาอันใกล้นี้ ดังนั้น ขณะนี้ สำนักงานสลากฯ ยังประเมินเสียงตอบรับจากประชาชนทั้งหมดไม่ได้จะต้องรอดูว่าในงวดต่อๆไปนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะเก็บข้อมูลเพื่อประเมินแนวทางของโครงการนี้ว่าจะเพิ่มเติมหรือขยายจำนวนสลากจาก 5 ล้านใบ ออกไปมากน้อยแค่ไหนได้ต่อไป