“เมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจึงลงทุนซื้อที่ดิน แล้วปลูกทุเรียน แต่สภาพดินแล้งร้อนแบบนี้ เราจะปลูกทุเรียนอาจไม่รอด จึงต้องปลูกมะพร้าวควบคู่ เพื่อช่วยทำให้ดินเย็นขึ้น โดยมะพร้าวจะให้ผลผลิตดีกว่า เป็นรายได้หลักระหว่างรอผลผลิตทุเรียนซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี ตอนนี้มะพร้าวมีแม่ค้ามารับถึงสวน ราคาลูกละ 15-20 บาท ขายครั้งละ 400-500 ลูก/ราย ไม่ต้องออกไปขายที่ไหนมีแม่ค้ามารับถึงสวนเลย”
สำหรับทุเรียนที่ปลูก มีหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่ปลูกหลักๆ มีพันธุ์หมอนทอง พันธุ์นกหยิบ หรือหมอนทองเขียว พวงมณี หลงลับแล ชะนี ซึ่งสวนทุเรียนวังทอง ตลอด 4 ปี ต้องปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกทุเรียน โดยใส่มูลสัตว์ สารอินทรีย์ เพื่อปรับสภาพดิน ทำให้ทุกวันนี้มีไส้เดือน ดินเริ่มซุย ดินไม่แข็งอย่างที่ผ่านมา สำหรับทุเรียนเด่นๆที่สวน คือ พันธุ์นกหยิบ มีลักษณะคล้ายหมอนทองเปลือกเขียว เนื้อแห้ง มีกลิ่นอ่อน รสหวานไม่จัดมาก ทำให้คนผู้ที่ชื่นชอบทุเรียนนิยมทาน ส่วนพันธุ์พวงมณี เป็นทุเรียนพันธุ์เล็ก เนื้อน้อย แต่เมื่อปลูกที่สวนปรากฏว่าเนื้อหนา เหนียวเนียน ลูกเล็กคนก็นิยมซื้อมากเช่นกัน
นางสุจิตน์ กล่าวว่า สวนเราดูแลทุเรียนด้วยวิธีธรรมชาติ แทบไม่ได้ใช้สารเคมี อาจมีใช้บ้างก็น้อยมากแก้ปัญหาเฉพาะจุด แต่หลักๆ จะใช้สารอินทรีย์ สารชีวภาพ 100 % ไตรโคเนอมา น้ำหมักไล่แมลง ทำให้ลูกค้ามั่นใจ ในการมาซื้อทุเรียนจากสวน ที่สำคัญเนื้อทุเรียนที่นี่อร่อย เมื่อเทียบกับที่อื่น โดยปีนี้เป็นปีแรกที่ทุเรียนออกผลผลิต ลูกค้าสามารถโทรศัพท์ สั่งซื้อได้ที่ 094-420-7997 หรือที่เพจสวนสุจินต์ สวนทุเรียนวังทอง