นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า สถานการณ์ราคาพลังงานยังคงมีความผันผวน โดยกระทรวงพลังงานยังใช้กลไกกองทุนน้ำมันพยุงราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซกุงต้มแอลพีจี (ภาคครัวเรือน) อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ฐานะกองทุนน้ำมันวันที่ 29 พ.ค.2565 ติดลบ 81,395 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 45, 968 ล้านบาท และบัญชีก๊าซหุงต้มติดลบ 35,427 ล้านบาท กระแสเงินสดรวม 9,803 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารที่ 3,228 ล้านบาท และบัญชีเงินฝากที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง 6,565 ล้านบาท
สำหรับปัญหาที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) มีปัญหาการกู้เงินทั้งธนาคารของรัฐบาลด้วยกันล่าช้านั้น เนื่องจากเดิมมีเกิดปัญหาในเรื่องวิกฤตพลังงานนั้นกองทุนน้ำมันจะเข้าไปช่วย ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานของกระทรวงพลังงาน ในตอนนั้นเป็นส่วนราชการ ซึ่งรัฐบาลสามารถค้ำประกันเงินกู้ทั้งหมดให้ได้
ทั้งนี้ โดยปี 2562 กองทุนน้ำมันมี พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ถือเป็นนิติบุคคลของตัวเอง แม้จะเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับของรัฐบาล แต่ด้วยตามพ.ร.บ.หนี้สาธารณะนั้น รัฐบาลจะค้ำประกันให้เฉพาะหน่วยงานในส่วนราชการ และรัฐวิสาหกิจ แต่กองทุนได้ย้ายไปอยู่ในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งรัฐจะไม่ค้ำประกันให้ได้ ซึ่งตอนนั้นไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาวิกฤตการณ์หนักขนาดนี้