เมื่อถามว่า การทยอยรับรอง ส.ก. นั้นเป็นการเล่นกับอารมณ์ความคาดหวังของผู้คนหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนไปแหย่รังแตนเลยกลายเป็นประเดนใหญ่ให้คนวิตก ยืนยันว่า การร้องเรียนเรื่องป้ายหาเสียงของนายชัชชาติจบแล้ว แต่เรื่องไม่ยอมเก็บป้ายใน 3 วันยังไม่จบ ตนกำลังตามไล่บี้อยู่ เพราะตรงนี้ไม่เกี่ยวกับการรับรองผลการเลือกตั้งแต่เป็นเรื่องของความผิดตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า กรณีป้ายหาเสียงของนายชัชชาติที่สามารถนำไปทำกระเป๋า เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งสัญญาว่าจะให้หรือไม่ รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวว่า ต้องดูที่เจตนาว่ามีอย่างไร เพราะป้ายหาเสียงเป็นทรัพย์สินของผู้สมัครฯ ถ้าสัญญาว่าจะให้อาจจะผิด แต่ถ้าจะชูประเด็นลดโลกร้อนอาจจะไม่ผิดกฎหมาย เรื่องนี้ กกต. ต้องไปพิสูจน์ต่อ ส่วนประเด็นว่าจะล้ม 1.38 ล้านเสียงได้หรือไม่นั้น อันนี้เป็นปัญหาความชอบธรรมทางการเมือง เป็นเรื่องของความรู้สึกคน การถูกผิดทางกฎหมายไม่อาจตอบได้ว่าชอบธรรมหรือไม่ ดังนั้นองค์กรที่ตัดสินต้องพิจารณให้ดี และคำตัดสินต้องเป็นที่ยอมรับด้วย
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนเตรียมที่จะทำหนังสือไปยัง กกต. เพื่อขอคำวินิจฉัยเรื่องที่ตนร้องไป เพื่อจะดูว่า กกต. ให้เหตผลอย่างไร หากไม่สมเหตุผลก็จะร้องต่อ เพราะต้องไม่ลืมว่าเรื่องการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นั้นตนได้ฟ้องต่อศาลปกครองไปแล้ว ยังไม่จบง่าย ๆ อย่าเอา 1.38 ล้านเสียง มาการันตีการละเมิดกฎหมาย ตนไม่สนใจและยอมรับไม่ได้ ไม่เช่นนั้น ก็อาจจะมีการอ้างคะแนนเสียงไปทำผิดกฎหมายได้
"ผมไม่เหนด้วยกับการใช้ป้ายหาเสียงในการเลือกตั้งยุคนี้ ควรยุติได้แล้ว ควรใช้ระบบสารสนเทศอื่น เช่น สื่อโซเชียลต่าง ๆ แทน ทำไมยังมีการใช้ป้ายหาเสียงที่รบกวนประชาชน แล้วสุดท้ายนักเลือกตั้งเหล่านี้ก็ไม่รับผิดชอบ ปล่อยให้หน่วยงานของรัฐอื่นมาจัดการต่อ ขอยืนยันว่า จะไม่ใจดีกับนักเลือกตั้งเหล่านี้แน่นอน"
เมื่อถามว่า การเป็นนักร้องมาก ๆ จะทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยวหรือไม่ นายศรีสุวรรณ กล่าวยืนยันว่า ไม่บิดเบี้ยวเพราะเป็นการใช้สิทธิ์ในการร้องเรียน เป็นบทบาทที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง และมองว่าเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำ เพราะจะทำให้นัเลือกตั้งทั้งหลาย มีความระมัดระวังในการไปหาเสียงหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย แม้บางเรื่องอาจจะดูมากไป แต่ที่สุดแล้วก็จะนำไปสู่การพัฒนาแก้ไขปรับปรุงให้ชัดเจนมากขึ้น
เมื่อถามว่าการตั้งแคมเปญถอดถอนนายศรีสุวรรณออกจากเลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า ตนเห็นเปนเรื่องตลกและไม่ได้ใส่ใจ เพราะสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมาย คนที่ปลดตนได้คือคณะกรรมการสมาคมฯ เท่านั้น หากจะลบสมาคมฯ ออกจากระบบบ ก็ต้องทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง ซึ่งสมาคมฯ ไม่ทำอยู่แล้ว เชื่อว่า คนโพสต์น่าจะว่างงาน หรือ เตะฝุ่นอยู่ จึงตั้งแคมเปญดังกล่าว ยืนยันว่า ให้คณะทัวร์ลงหน้าบ้านตนมาได้เลย มาจอดรอได้เลย
เมื่อถามว่า หลังจากที่นายชัชชาติได้รับการรับรอง ทางนายศรีสุวรรณจะตามไปตรวจสอบต่อหรือไม่ นายศรีสุวรร กล่าวว่า เมื่อนายชัชชาติได้รับการรับรอง ตนก็ขอยินดีด้วย และย้ำว่า ตนมีหน้าที่ต้องร้องเรียน และตามดูว่า นโยบายที่นายชัชชาติเสนอมาสองร้อยกว่าข้อนั้น ได้มีการปฏิบัติตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ ไม่ได้ต้องการเพื่อขัดขวาง แต่ต้องการกระตุ้นให้ทำตามที่หาเสียงไว้ ตนยืนยันขอทำหน้าที่ของตนในเรื่องของบทบาทการตรวจสอบต่อไป
ขณะที่ รศ.ดร.ยุทธพร กล่าวทิ้งท้ายว่า คะแนนเสียง 1.38 ล้านเสียงที่เป็นซูเปอร์แลนด์สไลด์ของนายชัชชาตินั้น ถือเป็นโมเมนตัมทางการเมืองที่แรง เมื่อความคาดหวังของคนมีมากก็จะยิ่งเป็นแรงกดดันส่งต่อไปยังนายชัชชาติ ที่จากนี้จะต้องเจอเรื่องอำนาจในระดับประเทศและอำนาจใน กทม. ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องง่าย