นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัญหาอย่างหนึ่งที่พบบริเวณสวนรถไฟคือ ไม่มีห้องอาบน้ำ และแถวนี้มีแหล่งงานเยอะ จึงจะต้องเข้ามาดูและยังมีเรื่องของสถานที่จัดกิจกรรมของเด็กที่ปลอดภัย ก็จะมีการทำเพิ่มเติมให้สมบูรณ์ขึ้น และดูการบริหารจัดการน้ำที่เป็นแก้มลิงรับน้ำในช่วงฝนตก เพื่อรองรับไม่ให้น้ำท่วมด้านนอก รวมถึงจะต้องดูการบริหารจัดการที่จอดรถ และอุปกรณ์กู้ชีพฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นการลงทุนน้อยแต่ได้ผลมาก เพราะมีต้นทุนอยู่แล้ว เพียงแค่เติมเต็มสิ่งเล็กๆเข้าไปเพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม และหลังจากนี้สวนสาธารณะก็จะกลับมาเปิดตี 4 เช่นเดิม เพื่อลดความแออัดหนาแน่น
โดยทางชมรมสวนรถไฟซอยกลาง ได้มีการออกแบบห้องอาบน้ำไว้แล้ว ก็จะต้องดูก่อนว่าจะทำได้อย่างไรบ้าง และหากมีห้องน้ำก็ต้องช่วยกันดูแล อย่าให้เป็นภาระของกทม. เพราะกทม.ไม่มีงบที่จะจ้างคนมาดูแล ดังนั้นต้องทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ซึ่งเสาร์ อาทิตย์ ก็จะเปิดพื้นที่ให้เด็กเข้ามาทำกิจกรรม ตามนโยบายที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เชื่อว่าหากภาครัฐและเอกชนร่วมมือกัน กทม.จะก้าวหน้าขึ้นได้ และหวังว่าจะก้าวไปด้วยกัน