ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ ได้นำหลักฐานแบบเทหมดหน้าตักไปมอบให้กับดีเอสไอเพื่อพิจารณาให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมอำพรางนั้น มองว่า หลักฐานที่เป็นท่อพีวีซีอ้างว่ามาเป็นตัวอย่างโคลนนั้น ตำรวจก็มีหมดแล้ว และก็ยังไม่เห็นหลักฐานใหม่ของนายอัจฉริยะ ที่จะทำให้เห็นว่า แตงโม ถูกฆาตกรรม ทั้งนี้หากจะพยานหลักฐานของนายอัจฉริยะจะไปยื่นที่ใดก็ไม่ได้เกี่ยวกับคดีแตงโม
และการที่นายอัจฉริยะบอกว่า ให้แยกกันระหว่างคดีประมาทและคดีฆาตกรรมอำพราง มองว่า นายอัจฉริยะ มีความรู้ทางกฎหมายน้อย ซึ่งจริง ๆ ตามกฎหมายการกระทำเดียวกัน ไม่สามารถลงโทษ 2 ครั้งได้ เมื่อมีเหตุการณ์เกิดขึ้นบนเรือ คือทำให้ตายบนเรือ ไม่ว่าจะฆาตกรรม ประมาท อุบัติเหตุ ในเมื่ออัยการจะฟ้องประมาทแล้ว จะไปดำเนินคดีฆาตกรรมที่บอกว่าเป็นเจตนาได้อย่างไร ในเมื่อเป็นการกระทำเดียวกัน เพราะตามหลักกฎหมายอาญา บุคคลทำผิดเพียงครั้งเดียวต้องได้รับการลงโทษเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา ม.39
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายอัจฉริยะ ได้อ้างถึงว่ามีเรือ 2 ลำ ที่ร่วมก่อเหตุ ทนายเดชา ยืนยันว่า จากการตรวจสอบหลักฐานกับตำรวจก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะกล้องวงจรปิด ยืนยันได้ว่า ไม่เป็นความจริง และเรือในวันดังกล่าวที่ปรากฎในภาพวงจรปิดมีการสอบทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ได้มีการเกี่ยวข้องกับสาเหตุการเสียชีวิตของแตงโม