ไม่จริงเสมอไปที่ว่า ผู้ว่าฯกทม.อิสระ และไม่มีส.ก.พ่วงมาด้วย จะทำงานไม่ได้ เพราะในอดีตผู้ว่าฯกทม.หลายคนก็ไม่ได้สังกัดพรรคการเมือง แต่สามารถปฏิบัติภารกิจจนลุล่วงและเข้าไปทำงาน กับส.ก.พรรคอื่นๆได้เพราะเขามีความสามารถ
การไม่มีพรรค ก็ถือเป็นข้อดี เพราะทำให้ผู้ว่าฯกทม.สามารถทำงานได้อย่างอิสระ เพราะไม่ต้องอยู่ภายใต้กลไกของพรรค ปราศจากการครอบงำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯกทม.กับ ส.ก.ต่างพรรค จะช่วยให้การทำงานโปร่งใส เพราะมีกระบวนการตรวจสอบกันและกันที่เข้มข้นขึ้น ไม่ต้องกังวลหรือติดค้างอะไรกัน
การทำงานของ กทม. จะไม่เหมือนการบริหารงานในกระทรวง หรือการทำงานในรัฐวิสาหกิจ จะเอาประสบการณ์แบบนี้ มาเหมารวมไม่ได้ เพราะ กทม.เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิเศษ มีสภากทม.คอยถ่วงดุล
นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการและลูกจ้างของ กทม.เกือบแสนคน ตั้งแต่ระดับล่างถึงปลัด กทม. ที่มีคนทุกช่วงวัย ซึ่งผู้นำจะต้องมีความสามารถ ใช้ทั้งพระเดชพระคุณ เพื่อให้การทำงานออกมาราบรื่น
"งาน กทม.ไม่ได้มีแค่สั่งจากบนลงล่าง ไม่ใช่งานที่จะใช้อำนาจไปจัดการ แต่ต้องอาศัยการขอความร่วมมือซึ่งกันและกัน ของทั้งองคาพยพ ดังนั้น หากปรารถนาที่จะไปบริหารงานของ กทม. ก่อนอื่นต้องทำการบ้าน ศึกษาอัตลักษณ์กทม.ให้ตกผนึกกว่านี้ ที่สำคัญ เลิกใช้วิธีดิสเครดิต หรือเอามัน ทำลายล้างกันทางการเมืองเพื่อตัดโอกาสคนกรุงเทพฯที่จะได้สิ่งที่ดีที่สุด"