อีกความร่วมมือที่น่าจับตา มี แคปปีตอล ประสานความร่วมมือกับ เมตาซิตี้ พร้อมใจขับเคลื่อนเข้าสู่องค์กรดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ด้านลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์และลายมือชื่อดิจิทัล

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline
บริษัท มี แคปปีตอล จำกัด หรือ “มี แคปปีตอล” โดยนางสาวนันทพร ขจรวุฒิเดช กรรมการผู้จัดการ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการยกระดับความพร้อมขององค์กรด้านดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) และ ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) กับ บริษัท เมตาชิตี้ จำกัด โดยนางสาวปุณยิศา อมรเทพรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร 

(CEO) โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนในด้านการใช้เทคนโลยีและนวัตกรรมด้านลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Signature และ ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) มุ่งเน้นความมั่นคง ปลอดภัย และ สร้างความน่าเชื่อถือและที่สำคัญคือมีผลทางกฎหมายตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ณ ห้องประชุมใหญ่ มี แคปปีตอล กรุงเทพฯ

มี แคปปีตอล จับมือ เมตาชิตี้ ขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัล โดยการใช้เทคโนโลยี

มี แคปปีตอล จับมือ เมตาชิตี้ ขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัล โดยการใช้เทคโนโลยี

 

 

นางสาวนันทพร ขจรวุฒิเดช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มี แคปปีตอล จำกัด กล่าวว่า บริษัท มี แคปปิตอล เล็งเห็นว่า นวัตกรรมและระบบแพลตฟอร์ม ด้านลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Signature) และ

ลายมือชื่อดิจิทัล (Digital Signature) ของ บริษัท เมตาชิตี้ จะเข้ามามีบทบาทในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพใน การทำงานภายในองค์กร และเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการให้บริการแก่ลูกค้า รวมถึงสามารถลดต้นทุนด้าน การจัดเก็บเอกสาร ซึ่งถือเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่สำคัญในการสร้างการเติบโตให้แก่บริษัท และนำพาบริษัทไปสู่การพัฒนาองค์กรดิจิทัลได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย

ทางด้าน นางสาวปุณยิศา อมรเทพรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เมตาชิตี้ จำกัด กล่าวว่า เมตา ชิตี้ มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ มี แคปปีตอล ในการสนับสนุน มี แคปปีตอล เพื่อใช้ ระบบแพลตฟอร์ม Digital Signature, Digital Certificate Management and Digital Identity Platform ภายใต้ชื่อ "Veracity"

 

มี แคปปีตอล จับมือ เมตาชิตี้ ขับเคลื่อนสู่องค์กรดิจิทัล โดยการใช้เทคโนโลยี

ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และการยืนยันตัวตนโดยมีผลทางกฎหมาย  และสามารถป้องกันการปลอมแปลงข้อมูลหรือปลอมแปลงตัวตน นอกจากนี้ แพลตฟอร์ม Veracity ยังช่วยในเรื่อง ของการลดระยะเวลาและขั้นตอนในการดำเนินงาน ความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูล การค้นหาเอกสารต่างๆ ซึ่งนวัตกรรมนี้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลและมีความนิยมอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ