ธนาคารแห่งประเทศไทย เร่งออกมาตรการช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบาง มุ่งกลุ่มที่รายได้น้อยถึงปานกลาง ภายใต้ 5 แนวทาง เผยหนี้เสียไม่สูงหลังสถาบันการเงินพยายามดูแลลูกหนี้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

13 พฤษภาคม 2565 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ในขณะนี้ยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนเป็นประเด็นที่ธปท.ให้ความสำคัญที่เข้าไปดูแลกลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้มีรายได้น้อย  รายได้ปานกลาง (พ่อค้าแม่ค้า ) ดังนั้น การเพิ่มขึ้นของปัญหาหนี้สินครัวเรือนอาจต้องมีมาตรการอื่นๆเข้ามาเสริม

 

ขณะนี้ ธปท. อยู่ระหว่างการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก เพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม ที่จะต้องร่วมแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนอย่างบูรณาการร่วมกันทั้งระบบ ทั้งวิธีการในการเพิ่มรายได้ให้ลูกหนี้กลุ่มนี้ รวมถึงการดูแลปัญหาหนี้สินที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเปราะบางเหล่านี้

 

“การหารือการทำมาตรการดังกล่าวต้องหารือทั้งภายในและภายนอกที่เกี่ยวข้อง มาตรการที่เราทำอยู่ที่ผ่านมา ธปท.ก็เดินเต็มที่ แต่การที่ตอบโจทย์วันนี้ก็ต้องมากขึ้น เพราะว่าเป็นปัญหาที่รอไม่ได้ เช่นผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาว ซึ่งเราเห็นว่าจะเป็นเรื่องที่ตอบโจทย์เพื่อทำให้ภาพรวมของลูกหนี้ดีขึ้น และต้องการเป็นเป็นรูปธรรม ส่วนมาตรการเหล่านี้จะเห็นได้เมื่อไหร่คงต้องหารือกัน” นายรณดล กล่าว
 

อย่างไรก็ตาม การทำมาตรการนั้นอาจต้องกำหนดให้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น เน้นไปที่กลุ่มที่มีความเปราะบาง และที่ธปท.มองว่า เป็นสิ่งเร่งด่วน คือการเจาะให้ถึงกลุ่มลูกหนี้และเข้าให้ถึงกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้  อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทั้งธปท.และสถาบันการเงินก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยพยายามเข้าไปดูแลลูกหนี้มีปัญหาหรืออุปสรรค  รวมทั้งกลุ่มเปราะบางนี้ที่ทั้งธปท.และธนาคารเข้าไปติดตามต่อเนื่อง

 

นายรณดล ระบุว่า มาตรการที่ทำอยู่หัวใจสำคัญคือทำอย่างไรให้ลูกหนี้ที่มีปัญหาชำระหนี้ได้ผ่านพ้นวิกฤติตรงนี้ไปได้บ้าง ซึ่งลูกหนี้เหล่านี้สถาบันการเงินก็ต้องไปติดตามดูแลส่วนมาตรการที่เราทำอยู่เช่นการปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวการรวมหนี้การช่วยเหลือก็ต้องทำให้เกิดความต่อเนื่องโดยการเพิ่มแรงจูงใจผ่านการผ่อนเกณฑ์การตั้งสำรองของแบงก์เพื่อเป็นแรงจูงใจในการช่วยเหลือลูกหนี้

สำหรับแนวทางการแก้ไขหนี้ที่ ธปท. ให้ความสำคัญมาตลอด มี 5 ด้านสำคัญ ดังนี้

  1. การให้ความรู้ทางการเงินหรือการให้วัคซีนให้ความรู้ทางการเงินให้ลูกหนี้ให้เข้าใจความเสี่ยงต่างๆ  เช่น กลุ่มนักศึกษา   
  2. สถาบันการเงินให้บริการทางการเงินบนความรับผิดชอบ เพราะหากจะปล่อยกู้ไม่เพียงดูแค่ความสามารถชำระหนี้เท่านั้นแต่ต้องดูด้วยว่าลูกหนี้เมื่อชำระหนี้แล้วจะมีเหลือเพียงพอในการใช้ดำรงชีพหรือไม่เพื่อให้เกิดความยั่งยืน  ซึ่งแต่ละธนาคารจะกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้แตกต่างกัน
  3. หน่วยงานกำกับในฐานะดูแลสถาบันการเงินต้องมีหน้าที่ในการให้ความแน่ใจเกี่ยวกับนโยบาย โดยเฉพาะความรู้ความเข้าใจทางการเงินเรื่องความรับผิดชอบ ที่ต้องกำหนดให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร
  4. แม้จะมีความรู้ทางการเงิน แต่เมื่อลูกหนี้สะดุดก็ต้องมีแนวทางแก้ไขให้ลูกหนี้ ที่ผ่านมาธปท.และสถาบันการเงิน เล็งเห็นความสำคัญตรงนี้ว่าการปรับโครงสร้างหนี้ที่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่สำคัญ คงไม่ใช่การพักหนี้ เพราะการพักหนี้เป็นเรื่องระยะชั่วคราว เมื่อครบกำหนดก็ต้องจ่ายหนี้ต่อ ดังนั้นจึงอยากเห็นการให้ความสำคัญเกี่ยวกับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตลอดจนการเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยหนี้เพื่อไม่ให้ถึงถึงกระบวนการของศาล
  5. การมีข้อมูลลูกหนี้ในภาพรวมรวมศูนย์มากขึ้น เพราะปัจจุบันแม้จะมีข้อมูลลูกหนี้ที่รวบรวมอยู่บนศูนย์ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ(NCB) แต่ข้อมูลยังกระจัดกระจาย  ซึ่งข้อมูลลูกหนี้ยังไม่สมบูรณ์ เพราะมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่เข้าเครดิตบูโร เช่นสหกรณ์ หนี้นอกระบบ

 

นายรณดล ย้ำว่า สิ่งเหล่านี้ธปท.อยากเห็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้ภาพรวมเหล่านี้เป็นองค์รวมในการตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาหนี้ในระยะข้างหน้า ซึ่งภาพรวมสินเชื่อตอนนี้เริ่มเห็นเศรษฐกิจดีขึ้น เห็นการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อย ที่ปรับดีขึ้นขึ้นบ้าง ส่วนคุณภาพหนี้ (NPL) คงเห็นการเพิ่มขึ้นบ้าง แต่หนี้เสียจะไม่ทะยานขึ้นมาก เพราะธนาคารกำลังเร่งบริหารจัดการและดูแลลูกหนี้อยู่

 

ขอบคุณข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ