ตำรวจ -แบงก์ชาติ - ปปง. - กลต.- ดีอีเอส- กสทช. พร้อมหน่วยงานที่ข้อง ร่วมป้องกันฉ้อโกง จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ตั้งแต่การออกกฎเกณฑ์ จัดทำฐานข้อมูล เพิ่่มประสิทธิภาพการติดตามเส้นทางเงิน การอายัด สกัดการบัญชีม้า ยับยั้งการโอนถ่ายหลบหนีคดี

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565  ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือแบงก์ชาติ  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(สำนักงาน กสทช.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม หารือถึงแนวทางแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์ 

 

จากข้อมูล ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คือ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน มีประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อ โดยเฉพาะถูกหลอกลวงด้านการเงินเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เฉลี่ยวันละ 300 คดี ยอดรวมคือ 20,400 คดี ในจำนวนนี้ มีคดีที่มีความเชื่อมโยงกัน 3,285 คดี รวมมูลค่าความเสียหายเกิดขึ้นกว่า 1,500 ล้านบาท จากความเสียหายที่เกิดขึ้น ผลการสืบสวน พบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด และได้ขออายัดเงินไปแล้ว 6,405 บัญชี ยอดเงินรวม 1,229,140,173 บาท โดยปัจจุบัน สามารถอายัดเงินไว้ได้ 62,517,510 บาท

 

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เผย ผลการหารือแนวทางแก้ไข เบื้องต้น ธปท. จะออกหลักเกณฑ์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาบัญชีม้า โดยกำหนดจำนวนบัญชีที่สามารถเปิดได้ , การอายัดแบบจำกัดวงเงิน , การจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีม้าระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการอายัดเงินต่างบัญชีธนาคารและระงับบัญชีม้าด้วยหมายเลขบัตรประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, ออกประกาศให้ธนาคารจัดทำช่องทางให้ประชาชนสามารถอายัดเงินได้เองผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารและเชิญคู่กรณีไกล่เกลี่ยภายใน 3 วัน

ตร.ผนึก 5 องค์กรการเงิน - ดิจิทัล ร่วมยับยั้งอาชญากรรมเงิน

ด้าน สำนักงาน ป.ป.ง.  จะยึดอายัดทรัพย์สิน , เงินดิจิทัล, ติดตามเส้นทางการเงินที่เข้าข่ายเป็นความผิดมูลฐานอย่างรวดเร็ว และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ ตร.  ซึ่งการอายัติเงินสดุลเงินดิจิทัล  ซึ่ง ป.ป.ง. สามารถอายัติสกุลเงินที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) รองรับและสามารถอายัติบัญชีของผู้เทรทเหมือนบัญชีกับธนาคารทั่วไป แต่ยอมรับว่า หากถูกแปลงเป็นสกุลเงินอื่นหรือถูกโอนไปต่างประเทศแล้ว ก็เป็นเรื่องยาก ซึ่งการออกประกาศ โดย กลต. เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินคดีกับผู้ค้าขายเหรียญแบบ peer-to-peer และการวางแนวทางในการยึดเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่จากผู้กระทำความผิด

ตร.ผนึก 5 องค์กรการเงิน - ดิจิทัล ร่วมยับยั้งอาชญากรรมเงิน

ขณะที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับ กสทช. จะสนับสนุนด้านงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างกลไล ระบุตัวตนตามตามกฎหมาย โดยออกประกาศให้ใช้วิธีการลงทะเบียนจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่แต่ละค่ายโดยตรงเท่านั้นและจำกัดจำนวนซิม หรือหมายเลข 5 หมายเลขต่อผู้ใช้บริการ 1 คน

 

หากจะเปิดหมายเลขที่ 6 ผู้เปิดหมายเลขต้องไปยืนยันตัวตนกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วยตนเอง แก้ไขปัญหาการส่งข้อความโฆษณา หรือการปลอมเบอร์โทรศัพท์ด้วยการโทรผ่านอินเตอร์เน็ต จะมีการบังคับให้แสดงเป็นเลขศูนย์ทั้งหมดหรือไม่ต้องแสดงหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อให้ง่ายต่อการสังเกตของประชาชน พร้อมกับระงับเส้นทางการเชื่อมต่อกับตัวแทนเครือข่ายที่ไม่ได้รับความร่วมมือ ในการระบุตัวตนผู้กระทำผิด

ตร.ผนึก 5 องค์กรการเงิน - ดิจิทัล ร่วมยับยั้งอาชญากรรมเงิน

การจัดทำฐานข้อมูลกลางเพื่อให้สามารถตรวจสอบชื่อผู้ลงทะเบียนซิมโทรศัพท์และประวัติการรับส่งข้อความสั้นย้อนหลัง เพื่อให้ช่วยในการระบุตัวตนผู้กระทำผิด,  การแจ้งเตือนและเสริมภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนผ่านแอพฯธนาคาร, แอพฯเป๋าตังค์และข้อความสั้นจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่

 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกล่าวย้ำ ด้วยว่า อย่าหลงเชื่อการข่มขู่หรือเชิญชวนลงทุนต่างๆ และอย่าให้ข้อมูลส่วนตัวกับผู้อื่น โดยง่าย และหากตกเป็นผู้เสียหายขอให้รีบแจ้งความที่สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งความออนไลน์ได้ที่ www.thaipoliceonline.com

ตร.ผนึก 5 องค์กรการเงิน - ดิจิทัล ร่วมยับยั้งอาชญากรรมเงิน

logo-pwa

เพิ่ม NationTV

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด