“การตั้งคนในกระทรวงการคลังตรวจสอบโครงการดังกล่าว ส่วนตัวมองว่า คณะกรรมการชุดนี้ รมว.คลังเป็นคนแต่งตั้งเอง ซึ่งท่านจะแต่งตั้งคนที่จะเข้าข้างคนผิดหรือ ฉะนั้น ขอให้มั่นใจในกระบวนการตรวจสอบ”
สาเหตุที่ต้องมีการตรวจสอบโครงการดังกล่าว เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะบุคคล ซึ่งไปพูดในเชิงลบต่อโครงการดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีก็ได้ระบุว่า เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนไม่ว่ากลุ่มเล็กหรือกลุ่มใหญ่เราก็ต้องฟัง จึงขอให้ยืดเวลาในการเซ็นสัญญาโครงการนี้ไปก่อนเพื่อให้มีการตรวจสอบให้เกิดความชัดเจน
ในช่วงที่ผ่านมา กรมธนารักษ์ได้เปิดประมูลโครงการท่อส่งน้ำอีอีซีใหม่ เนื่องจาก ผู้สัมปทานเดิม คือ บมจ.จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์วอเตอร์ จะหมดสัญญาในการดำเนินโครงการท่อส่งน้ำที่ 1 ในปี 2566 ดังนั้นในช่วง 2 ปีก่อนจะหมดสัญญา กรมฯ จำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่เพื่อให้โครงการดังกล่าวเดินหน้าได้ต่อไป
สำหรับผลประโยชน์ตอบแทนในการให้อีสท์วอเตอร์ เช่าหรือบริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2537-2564 คิดเป็นเงิน 600.87 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการท่อส่งน้ำดอกกราย 275.89 ล้านบาท โครงการท่อส่งน้ำหนองปลาไหล-หนองค้อ 209.6 ล้านบาท และโครงการท่อส่งน้ำหนองค้อ-แหลมฉบัง ระยะที่ 2 อีก 115.38 ล้านบาท