ทั้งนี้ นายสุชาติ ยืนยันว่าการมาร่วมอวยพรวันเกิดไม่ได้มาเคลียร์ใจกับนายพิเชษฐจากกรณีที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทำหนังสือเรียกนายพิเชษฐเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงจากการให้สัมภาษณ์กระทบภาพลักษณ์ของพรรค โดยในการประชุมเชื่อว่าจะต้องถกเถียงข้อเท็จจริง และสิ่งที่นายพิเชษฐออกมาให้ข่าวนั้นก็เป็นประโยชน์กับประชาชน และนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการสอบแล้ว และเชื่อว่าจะสามารถพูดคุยกันได้ ส่วนจะมีมติขับออกจากพรรคหรือไม่นั้นตนไม่สามารถตอบแทนกรรมการบริหารพรรคคนอื่นได้ แต่เชื่อว่าคงไม่ถึงขั้นต้องขับออกจากพรรค เพราะไม่ได้ผิดจริยธรรมขั้นรุนแรงหรือสังคมรับไม่ได้ ทั้งนี้หากมติของกรรมการบริหารพรรคออกมาในทางใดทางหนึ่งจะมีผลต่อการโหวตลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่นั้นเป็นเรื่องของอนาคต โดยย้ำว่านายกรัฐมนตรีรับฟังทุกฝ่าย
ขณะเดียวกันไม่สามารถตอบได้ว่ากลุ่มของพรรคเศรษฐกิจไทยจะสนับสนุนเสียงรัฐบาลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ภายหลังที่มีการนัดรับทานอาหารกับพรรคฝ่ายค้าน เพราะการที่รัฐบาลอยู่ได้หรือไม่ได้ ขึ้นอยู่กับเรื่องการทุจริต ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่เคยมีเรื่องนี้ ทั้งนี้ในฐานะที่ตนเป็นผู้ประสานกลุ่ม 16 ไม่อยากตอบว่ามั่นใจว่าจะควบคุมเสียงของกลุ่ม 16 ได้ แต่มั่นใจว่าทุกคนมีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่สูงมาก ยังคงสนับสนุนรัฐบาล และเชื่อมั่นใจตัวรัฐมนตรีทุกคนที่จะสามารถชี้แจงฝ่ายค้านได้ทุกประเด็น
ส่วนจะเกิดเหตุการณ์ล้มนายกรัฐมนตรีเหมือนครั้งก่อนหรือไม่ เพราะพรรคเล็กถือเป็นตัวแปรในครั้งนั้น นายสุชาติ ระบุว่า ตนไม่อยากย้อนหลังกลับไป แต่เชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน แต่สุดท้ายทุกคนเมื่อรับฟังนายกรัฐมนตรีชี้แจงก็โหวตให้