เนชั่นทีวี

ข่าว

แพทย์เตือน ปชช.อย่าหาทำ! กินสิ่งปฎิกูลรักษาโรค

09 พ.ค. 2565 | thanongsak

แพทย์เตือน ปชช.อย่าหาทำ! กินสิ่งปฎิกูลรักษาโรค

กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนบริโภคสิ่งปฏิกูล เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ขี้ใคล และหนอง เพราะอัตราเสี่ยงสูงติดเชื้อโรคในร่างกายได้ แพทย์เตือนไปตรวจร่างกายที่รพ. ชี้ทางการแพทย์ทั้งแผนปัจจุบันและแผนไทย ไม่มีแนวทางวิธีการรักษาโรคแบบนี้ ย้ำอันตรายมาก

จากกรณีที่มีข่าวว่าประชาชน ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ มีการดื่มกินสิ่งปฏิกูลเพื่อรักษาโรคตามความเชื่อนั้น เรื่องนี้  นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า  การที่ประชาชนกินสิ่งปฏิกูลทางร่างกาย เช่น อุจจาระ  ปัสสาวะ ขี้ไคล และหนอง ว่า ไม่ควรกินเป็นอย่างมาก เพราะไม่ถูกสุขลักษณะ และอาจจะส่งผลในเรื่องของโรคติดต่อตามมา โดยเฉพาะอุจจาระ ที่มีเชื้อแบคทีเรีย  พยาธิ  โรคบิด   และโรคอหิวาต์กโรค หรือคนที่มีโรคติดต่อทางเดินอาหารก็สามารถติดต่อผ่านอุจจาระได้  ดังนั้น แนะนำประชาชนที่ได้กินสิ่งปฏิกูลทางร่างกายเข้าไปให้ไปโรงพยาบาล เพื่อตรวจสุขภาพ

แพทย์เตือน ปชช.อย่าหาทำ! กินสิ่งปฎิกูลรักษาโรค

ขณะที่ ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุว่า สิ่งปฎิกูลในร่างกายไม่ว่าจะถูกขับออกมาทางไหนของร่างกายล้วนมีเชื้อโรคทั้งสิ้น หรือแม้แต่ปัสสาวะ ที่ตามหลักถ้าเป็นปัสสาวะของคนที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร ปัสสาวะนั้นไม่มีเชื้อโรคก็ตาม แต่โดยหลักการแพทย์จะไม่แนะนำให้มีการดื่มปัสสาวะอยู่แล้ว  เพราะปัสสาวะเป็นสิ่งที่ร่างกายขับสารของเสียที่เกินความจำเป็นของร่างกายออกมา 

 

และยิ่งเป็นปัสสาวะที่อยู่ในร่างกายของคนที่มีโรคประจำตัว ก็อาจจะมีเชื้อโรคอยู่ในปัสสาวะ เช่น โรคทางเพศสัมพันธ์ หนองใน ในปัสสาวะก็อาจจะมีหนองออกมาด้วย ถ้าหากปัสสาวะทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง ก็จะทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตในปัสสาวะได้  ขณะที่ในส่วนของแพทย์แผนไทย ก็ไม่ได้มีแนวทางในการดื่มปัสสาวะตัวเองเพื่อรักษาโรคเช่นกัน 

ส่วนการกินสิ่งปฏิกูลอื่นๆ เช่น อุจจาระ  ขี้ไคล นพ.เอกชัย ระบุว่า ในสิ่งเหล่านี้มีเชื้อโรคจจำนวนมากปนเปื้อนอยู่แล้ว จึงไม่ควรนำมากิน  โดยเฉพาะที่ลำไส้ใหญ่หากได้รับเชื้อโรคจากสิ่งปฏิกูลเหล่านี้ ย่อมส่งผลต่อร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ เช่น ท้องเสีย  โรคติดต่อทางเดินอาหาร   ขณะเดียวกัน บนผิวหนังร่างกายของคนเรามีเชื้อโรคอยู่แล้ว เช่น เชื้อแบคทีเรีย  เชื้อรา กลากเกลื้อน และยิ่งมีการบริโภคขี้ไคล เท่ากับรับเชื้อโรคเหล่านี้เข้าไป ยิ่งไปกว่านั้น หากในช่องปากของเราเกิดมีแผล อาจจะทำให้เกิดอันตรายเพิ่มขึ้นไปอีก 

 

ข่าวล่าสุด