ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ประชาธิปไตยเสื่อม หมายถึง ระบบที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่สามารถกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองได้ ซึ่งระบบแบบนี้ทำให้ได้รัฐบาลที่ไม่สนใจที่จะตอบสนองประชาชน เพราะมีส.ว. 250 คนคอยสนับสนุน โดยไม่ต้องง้อ ส.ส. หรือฟังเสียงประชาชน
ขณะที่รัฐบาลเผด็จการไม่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลก ส่งผลให้ไม่มีคนเก่ง มีความรู้ ความสามารถมาร่วมทำงานกับรัฐบาลนี้ ปัญหาโควิด-19 รัฐบาลก็แก้ไขแบบผิดๆ แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศจะลดลง แต่ทุกอย่างกลับล่าช้า เสียเวลาเป็นปีๆ บวกกับเจอวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบเรื่องน้ำมันแพง และเรื่องการส่งออก แต่รัฐบาลไม่ถนัดเรื่องการเจรจาระหว่างประเทศ การเปิดประเทศ เปิดเศรษฐกิจ และเปิดการท่องเที่ยวกลับดำเนินการล่าช้า นี่คือต้นเหตุของบ้านเมืองเสื่อมอยู่ทุกวันนี้
ส่วนที่มีหลายฝ่ายเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯ สำรองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 272 หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองนั้น นายจาตุรนต์ กล่าวว่าไม่ว่าจะเป็นนายกฯปัจจุบันหรือลูกพี่ก็ไม่หวั่นทั้งคู่ เพราะยิ่งเป็นก็ยิ่งพัง ทำไมเรายังพูดว่าสองคนนี้จะเป็นนายกฯอีก เพราะสองคนนี้ตั้งส.ว.250 คนขึ้นมา รอให้ฝ่ายค้านชนะเยอะๆ ได้เสียงเกิน ส.ว. รับรองสองคนนี้ไม่ได้เป็นนายกฯ และจะหยุดสร้างความเสียหายให้ประเทศเสียที
น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ประชาธิปไตยของประเทศกำลังเสื่อมถอย เรามองเห็นรัฐบาลที่บริหารราชการแผ่นดินไร้ประสิทธิภาพ แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตัวเองและพวกพ้อง บังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติ ละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดความเสียหายกับระบบเศรษฐกิจ สังคม และกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาธิปไตยถดถอย ในส่วนของภาคตะวันออกถือเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด มีการจ้างงานถึง 3 ล้านคน
"เราอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง โดยที่ไม่เห็นความพยายามประนีประนอมกับประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งเลย ตลอดเวลาที่ผ่านมามีการต่อสู้ทางการเมือง มีผู้บาดเจ็บล้มตาย ติดคุก โควิด–19 ก็ทำให้สูญเสียไปจำนวนมาก แต่การแก้ปัญหาเป็นไปแบบกระท่อนกระแท่น สถานการณ์แบบนี้รัฐบาลจึงไปต่อยากมาก ช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ประชาชนตั้งคำถามอย่างมากเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่สองมาตรฐาน ก่อให้เกิดการสูญสิ้นความศรัทธาจนเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศนี้ เรากำลังเห็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่รอวันปะทุ คาดว่าในอนาคตจะปะทุอย่างรุนแรง" ส.ส.จากพรรคก้าวไกล กล่าว
และว่า ปัญหาความขัดแย้งภายในของรัฐบาล ทำให้รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เกิดความง่อนแง่น วันนี้คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งกอดเก้าอี้ นั่งรากงอกมา 8 ปีแล้ว กำลังโดดเดี่ยว ไร้ซึ่งความศรัทธาจากประชาชนแล้ว ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชนได้แล้ว