ขณะที่ พล.ต.ต. ธนรัชน์ สอนกล้า ผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนของตำรวจ พบว่า ผู้ต้องหารายนี้ มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ที่เคยจับไปก่อนหน้านี้คือ นายศุภชัย และนายชัยวุฒิ ธารีรักษ์ หรือ มิกซ์-แม็กซ์ คิสเนอร์ ผู้ต้องหาที่เป็นคู่แฝดกัน และถูกยิงเสียชีวิตก่อนตำรวจเข้าจับกุมเมื่อปี 2561 ส่วนอีกคนถูกวิสามัญ เมื่อปี 2562 ในจังหวัดลพบุรี จากนั้นก็พบว่ามีการตั้งเครือข่ายขึ้นมาใหม่ เพื่อค้ายาเสพติดในพื้นที่นี้
ตำรวจได้สืบสวนขยายผลจากการจับยาบ้า 12 ล้านเม็ด เมื่อปี 2563 และยาบ้า 590,000 เม็ด และคดีจับไอซ์ 516 กิโลกรัม เมื่อปี 2564 ที่ส่วนใหญ่ลำเลียงมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนจะพบความเชื่อมโยงการติดต่อสื่อสาร และเส้นทางการโอนเงิน ระหว่างผู้ต้องหาที่จับได้พร้อมของกลาง และผู้สั่งการรายใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน มาถึง น.ส.สุทธิตา ผู้ต้องหาที่เข้าจับกุมในวันนี้
และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา พบว่า มีการทำธุรกิจบังหน้าหลายอย่าง และให้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทนหลายอย่าง โดยนำเงินไปซื้อสินค้าแบรนด์เนมหลายชนิด ส่วนการตั้งบริษัทค้าขายเสื้อผ้า มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ยังไม่พบหลักฐานการเสียภาษี และยังพบเงินหมุนเวียนในรอบปี 2562 มากกว่า 242 ล้านบาท
ทั้งนี้แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง ก็เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ที่จะต้องชี้แจงที่มาของเงินต่างๆให้ได้ ซึ่งตำรวจยืนยันว่ามีหลักฐานแน่นจนนำไปสู่การอนุมัติหมายจับของศาล
นากจากนี้แนวทางการสืบสวน ยังพบอีกว่า น.ส.สุทธิตา ถือเป็นผู้สั่งการรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ครอบคลุม จังหวัดลพบุรี สระบุรี อยุธยา และถือเป็นเครือข่ายใหญ่ที่สุดในอำเภอพระพุทธบาทอีกด้วย
สำหรับปฏิบัติการสยบไพรี 65/11 “The Dark Rabbit Operation” มีการปฏิบัติการ 30 จุดทั่วประเทศ หนึ่งในนั้นคือ บริเวณ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่พบว่า มีการปาร์ตี้ยาเสพติดเมื่อคืนนี้ และสามีของน.ส.สุทธิตา และลูกน้องของสามี รวมอยู่ด้วย โดยจากการตรวจปัสสาวะ พบมีสารเสพติดทั้งหมด 3 คน
ทั้งนี้ตำรวจได้ตรวจของกลางทั้งบ้าน รถยนต์ นาฬิกา กระเป๋าหรู รวมมูลค่าทรัพย์สินเฉพาะวันนี้ มากกว่า 105 ล้านบาท และหากรวมเงินหมุนเวียนในบัญชีมากกว่า 300 ล้านบาท