อย่างไรก็ตาม มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเห็นว่า เอกสาร "บุคคลเฝ้าระวังพิเศษ (ระดับแดง)" ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ละเมิดสิทธิเสรีภาพและข้อมูลส่วนบุคคล และกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิต และร่างกายของ น.ส.สิตานัน ดังนั้น ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทนายความผู้รับมอบอำนาจของ น.ส.สิตานัน จึงได้ส่งหนังสือลงวันที่ 22 เม.ย. 65 ขอให้ สตช. ดำเนินการดังต่อไปนี้
1.ให้ตรวจสอบและสืบสวนหาแหล่งที่มาของเอกสารนี้ว่า จัดทำโดยหน่วยงานใด และมีวัตถุประสงค์อย่างไร โดยเฉพาะการระบุว่าเป็น "บุคคลเฝ้าระวังพิเศษ (ระดับแดง)" มีความหมายว่าอย่างไร และผู้จัดทำเอกสารมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อ น.ส.สิตานัน
2.ได้มีการส่งให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ที่ระบุว่าเป็นที่อยู่อาศัยของ น.ส.สิตานันและท้องที่อื่นๆ หรือไม่
3.หาก ตร. หรือเจ้าหน้าที่ในสังกัดเกี่ยวข้องกับการจัดทำและเผยแพร่เอกสารดังกล่าว รวมทั้งการสอดแนมการเป็นอยู่ของ น.ส.สิตานัน ก็ขอให้สั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที
4.ขอให้ยุติการใช้กระบวนการยุติธรรมข่มขู่ คุกคาม กลั่นแกล้งดำเนินคดี น.ส.สิตานัน ซึ่งเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ที่สมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองจากหน่วยงานของรัฐ แต่ขณะนี้กลับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา 2 คดี อันเนื่องมาจากการร่วมกิจกรรมด้านประชาธิปไตย และการเรียกร้องความเป็นธรรมให้รัฐรับผิดชอบสืบสวนสอบสวนกรณีการหายไปของนายวันเฉลิม น้องชาย
ทั้งนี้ จดหมายฉบับดังกล่าวได้ส่งสำเนาถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน และหัวหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน องค์การสหประชาชาติ