สร้างชุมชนปลอดบุหรี่ ถอดรหัสภัยเงียบควันบุหรี่มือสอง-มือสาม
31 พ.ค. 2569 | prisana_tha

มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ถอดรหัสภัยเงียบควันบุหรี่มือสอง-มือสาม เดินหน้าสู่ NMU Zero Mist University สร้างมหาวิทยาลัยและชุมชนปลอดบุหรี่
ข่าว
31 พ.ค. 2569 | prisana_tha

มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ถอดรหัสภัยเงียบควันบุหรี่มือสอง-มือสาม เดินหน้าสู่ NMU Zero Mist University สร้างมหาวิทยาลัยและชุมชนปลอดบุหรี่
31 พฤษภาคม 2569 เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2569 มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช จัดกิจกรรมรณรงค์สร้างสังคมปลอดบุหรี่ ภายใต้โครงการ “NMU Zero Mist University” พร้อมจัดเวทีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “ถอดรหัสภัยเงียบควันบุหรี่มือสองและมือสาม : การสร้างบ้านและชุมชนปลอดภัยในวิถีคนเมือง” เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และขับเคลื่อนการป้องกันผลกระทบจากควันบุหรี่ บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในสังคมเมือง เมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารทีปังกรรัศมีโชติ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาลมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
ภายในงานได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช เป็นประธานเปิดงานและร่วมเสวนา พร้อมด้วย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของควันบุหรี่มือสองและมือสาม ซึ่งเป็นภัยคุกคามสุขภาพที่หลายคนอาจมองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น ผู้ช่วยอธิการบดี เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะของนักศึกษา บุคลากร และประชาชน โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายมหาวิทยาลัยปลอดบุหรี่ ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการลดการสูบบุหรี่ในพื้นที่มหาวิทยาลัยเท่านั้น แต่ยังต้องการขยายผลสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรอบ
ด้าน ศ.เกียรติคุณ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ระบุว่า ปัจจุบันอันตรายของควันบุหรี่มือสองเป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น แต่ “ควันบุหรี่มือสาม” ซึ่งหมายถึงสารพิษที่ตกค้างบนเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ ผนังบ้าน หรือพื้นผิวต่าง ๆ ยังเป็นประเด็นที่ประชาชนจำนวนมากไม่ตระหนัก ทั้งที่สามารถสะสมและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่น พวกเราจึงต้องร่วมมือกันเผยแพร่ถึงภัยอันตรายเหล่านี้ และเชิญชวนให้สังคมลด-ละ-เลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในปัจจุบัน อย่างน้อยเริ่มต้นที่นักศึกษาแพทย์และพยาบาลซึ่งเป็นบุคลากรด้านสาธารณสุขโดยตรงให้ปลอดบุหรี่ 100%
กิจกรรมในครั้งนี้ประกอบด้วยการเสวนาวิชาการ การจัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนกิจกรรมรณรงค์เชิงรุกที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา บุคลากร และประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมปลอดบุหรี่ร่วมกัน
มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราชมองว่า การสร้าง “พื้นที่ปลอดบุหรี่” ไม่ใช่เพียงมาตรการด้านสาธารณสุข แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน เพราะสุขภาพของประชาชนคือรากฐานสำคัญของคุณภาพชีวิตและการพัฒนาเมืองในอนาคต
โครงการ NMU Zero Mist University จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสถาบันการศึกษาให้เป็นต้นแบบด้านสุขภาวะ และเป็นศูนย์กลางการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยจากบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อมุ่งสู่สังคมไทยที่ปลอดควันบุหรี่อย่างยั่งยืน
ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเวทีเสวนาวิชาการแล้ว คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาจากชมรมนักศึกษามหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช ยังได้ร่วมกันเดินรณรงค์ออกสู่ชุมชนและพื้นที่โดยรอบมหาวิทยาลัย เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมเชิญชวนประชาชนให้ตระหนักถึงผลกระทบของควันบุหรี่มือสองและมือสามที่อาจส่งผลต่อคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
การรณรงค์ครั้งนี้เป็นการสื่อสารเชิงรุกจากรั้วมหาวิทยาลัยสู่ชุมชน ผ่านการแจกเอกสารประชาสัมพันธ์ พูดคุยแลกเปลี่ยนกับประชาชน และเชิญชวนให้ร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ในชีวิตประจำวัน สะท้อนแนวคิดสำคัญของโครงการ NMU Zero Mist University ที่มุ่งให้การสร้างสังคมปลอดบุหรี่ไม่หยุดอยู่เพียงภายในสถาบันการศึกษา แต่ขยายผลสู่บ้าน ชุมชน และสังคมเมืองโดยรอบอย่างเป็นรูปธรรม
ภาพของนักศึกษาและบุคลากรที่ร่วมเดินรณรงค์เคียงข้างชาวชุมชนในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการส่งต่อพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างความตระหนักรู้ด้านสุขภาพ และร่วมกันผลักดันให้การเลิกบุหรี่กลายเป็นวาระสาธารณะที่ทุกคนมีส่วนร่วมได้
… สมดังเจตนารมณ์ที่ว่า “มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ผลิตบัณฑิต แต่เป็นสถาบันที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างยั่งยืน”
ข่าวล่าสุด