"นอกจากนี้ ยังได้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ตุ๋นกัญ ซึ่งสามารถนำไปตุ๋นเนื้อสัตว์ทุกชนิดให้มีรสชาติกล่อมกล่อม และเน้นการชูรสด้วยธรรมชาติ แทนการใช้ผงชูรส ด้วยการเปิดแฟรนไชส์ร้านก๋วยเตี๋ยว ชื่อ เตี๋ยวตุ๋นกัญ ทั่วประเทศ เพื่อขยายช่องทางการทำธุรกิจ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกัญชามาสร้างความแตกต่างในการทำธุรกิจ ปัจจุบันนี้มีแฟรนไชส์ทั่วประเทศไทยแล้ว 450 แห่ง และมีเป้าหมายปีนี้จะเปิดให้ครบ 1,500 แห่ง โดยหลังจากที่นำร่องด้วยเครื่องเทศกัญชาแล้ว ตอนนี้ได้ผลิตผงทำน้ำซุปกัญชา, ผงนัวร์กัญชา, ผงแซ่บกัญชา,ชาสมุนไพร และเครื่องดื่มกัญชา โดยทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการขอขึ้นทะเบียนอย” นายองอาจ กล่าว
ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯได้วางโมเดลธุรกิจให้ครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกัญชา เพราะเราไม่ต้องการขายเพียงแต่วัตถุดิบเท่านั้น เนื่องจากที่ผ่านมา เกษตรกรมักจะถูกกำหนดราคาขาย และไม่มีอำนาจต่อรองการขายวัตถุดิบ จึงต้องส่งเสริมให้มีการเพิ่มมูลค่าของกัญชา ด้วยการสร้างแปรรูปกัญชา เพื่อจำหน่ายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งถือได้ว่าประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตกัญชาที่มีภูมิประเทศเอื้ออำนวย และต้นทุนที่ถูกกว่า ในอนาคตจะมีโอกาสที่จะผลักดันให้ไปต่อยอดในตลาดต่างประเทศได้ โดยปัจจุบันนี้ตลาดกัญชาโลกที่มีมูลค่าภาพรวมมากถึง 1ล้านล้านบาท
ข่าว/ภาพ สกาวรัตน์ ศิริมา สำนักข่าวเนชั่น ศูนย์ข่าวภาคเหนือ