อีกหนึ่งเสียงมาจากฟากฝั่งของ โฆษกพรรคเพื่อไทย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โพสต์ประเด็นเรียกร้องสิทธิเช่นกัน ใจความระบุว่า
..
วอนทุกฝ่ายให้ความยุติธรรม เหยื่อถูกละเมิดทางเพศ ชี้สถาบันการเมืองควรเป็นแบบอย่าง ปชช. ไม่ใช่ทำผิดเอง
กรณี ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากร้องเรียนพฤติกรรมนักการเมืองรายหนึ่งที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น เรื่องนี้ขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนสอบสวนทุกฝ่ายอย่างละเอียดถี่ถ้วน ให้ความยุติธรรมกับเหยื่อที่ถูกกระทำไม่ว่าจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องรู้สึกหมดหวังกับกระบวนการยุติธรรมไทยเหมือนในหลายกรณีที่ผ่านมา
ขณะที่พรรคการเมืองเองซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองที่ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เป็นสถาบันที่มีผลต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของพี่น้องประชาชน ซึ่งต้องยึดหลักนิติธรรม 3 ประการคือ หลักความสูงสุดของกฎหมาย หลักความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย รวมทั้งหลักการรับรองและคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของพลเมือง หากพรรคการเมืองใดขาดตกบกพร่องในหลักนิติธรรมแม้เพียงข้อเดียว คงยากที่จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่จะเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับพี่น้องประชาชนได้
จากกรณีดังกล่าว มองว่า พรรคการเมืองทุกพรรคต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคและผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญในพรรคอย่างละเอียดรอบคอบ รัดกุม เพราะแม้แต่ในใบสมัครสมาชิกพรรคการเมืองดังกล่าว ได้มีการระบุชัดเจนว่าจะต้องไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งมีข้อบังคับมากมายหลายด้าน ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งสำคัญภายในพรรค ก็ควรจะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระบวนการที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะหมายถึงอนาคตทางการเมืองของนักการเมืองผู้นั้น รวมถึงพรรคการเมืองนั้นด้วย
ในฐานะของมนุษย์คนหนึ่งมองว่า การล่วงละเมิดทางเพศไม่ควรเกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะด้วยคำพูดและการกระทำ ที่ส่อไปในทางที่จะเปิดโอกาสให้เกิดการข่มเหงรังแกจากอีกฝ่าย ยิ่งหากผู้นั้นมีสิทธิพิเศษ มีสถานะทางสังคมที่พร้อมใช้อำนาจข่มขู่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า ซึ่งเกิดขึ้นในหลายวงการและเกิดขึ้นทั่วโลก เมื่อเกิดการล่วงละเมิดผู้ที่ถูกกระทำไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเรียกร้อง หรือหาทางขอความช่วยเหลือ เพราะเมื่อพูด จะถูกมองจากสังคมและถูกตีตราว่าเป็นบุคคลที่น่าละอาย ซึ่งในประเทศไทยและเวทีโลกกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจใหม่ให้เกิดขึ้น ไม่ควรมีใครทำให้ประเด็นนี้ตกต่ำไปมากกว่านี้ จึงขอฝากความหวังไว้ที่กระบวนการตรวจสอบการกระทำผิด ต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรม โปร่งใส สร้างหลักประกันไม่ให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมซ้ำอีก
“ในนามของผู้หญิงคนหนึ่ง นักการเมืองที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศต้องได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น การเป็นนักการเมือง ไม่ใช่เพียงเป็นตัวแทนของประชาชนเท่านั้น แต่ท่านมีภาระหน้าที่ในการเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน เพราะประชาชนเอาเราเป็นแบบอย่าง เป็นความหวัง และยิ่งเป็นนักการเมืองที่มีครอบครัว การล่วงละเมิดผู้อื่นก็ถือว่าท่านได้ทำร้ายครอบครัวท่านเองด้วย ขอให้เรื่องนี้กระจ่างโดยเร็ว ขอให้กำลังใจเหยื่อทุกท่านที่กล้าหาญออกมาเปิดเผยความจริง เหยื่อทุกคนต้องได้รับความยุติธรรม”
หากจะย้อนอดีตกรณีศึกษา ครั้งหนึ่งดารา-นางแบบสาวชื่อดัง เคยเผยใจ ประเด็นร้อนเช่นนี้ไว้เช่นกัน
"ซินดี้ สิรินยา" เปิดใจที่มาของบทบาท "ผู้ขับเคลื่อนภัยคุกคามทางเพศ" พร้อมเผยเหตุการณ์ในอดีต เคยถูกผู้ชายลวนลามช่วงเทศกาลสงกรานต์
ในอดีตเคยถูกผู้ชายลวนลาม
"เอาจริงๆ วันนั้นเป็นวันสงกรานต์ ช่วงเที่ยงเราไปเที่ยวกับเพื่อน อยู่ๆก็มีคนมาล้อมเรา ตั้งใจมาล็อคตัวเราข้างใน และก็เริ่มจับนั่นนี่ แบบเขาตั้งใจ ประมาณ 5 คน ตอนนั้นเราช็อก ทำได้อย่างเดียวคือพยายามหนี และวิ่งออกไป กลับบ้านเลย เราไม่เคยพูดกับใครเลย
จริงๆ ผู้หญิงหลายคนที่เคยเจอแบบนี้ คงช็อกและไม่เคยบอกใคร หรือถ้าบอกใคร จะมีใครทำอะไรได้ไหม นี้คือสาเหตุที่ทำให้มีภัยคุกคามทางเพศเกิดขึ้น แต่เราไม่ได้คิดถึงมันเลย จนเข้าปี 2018 ผ่านไป 4 ปี เราอ่านหนังสือเห็นข่าวงดแต่งตัวโป๊ ป้องกันเหตุการณ์คุกคามทางเพศ ห้ามใส่สายเดี่ยวไปเล่นน้ำ
เราเข้าใจเขานะ แต่เขาไม่ได้พูดถึงผู้ที่จะกระทำเหล่านี้ ไม่มีการเตือน หรือแจ้งว่าหากคุณเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้แจ้งใคร ทำอะไรอย่างไงต่อ แต่คุณกลับมาบอกว่าห้ามใส่สายเดี่ยว และเหตุการณ์มันจะดีขึ้น เราก็เลยแบบให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับเรา ในวันนั้นที่เราลืมไป เราก็แบบเดี๋ยวก่อนนะ
วันนั้น ฉันยังไม่ได้แต่งตัวโป๊เลย แต่ฉันก็โดน ก็เลยของขึ้น โพสต์เลย และติดแฮชแท็ก #DontTellMeHowToDress พอมันเป็นไวรัล มีคนคิดเหมือนเราเยอะมาก ตอนนั้นมีมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชวนเราไปร่วมรณรงค์ด้วย เราก็เริ่มทำการบ้านต่างๆ
จนเกิดโครงการนิทรรศการพลังสังคมหยุดคุกคามทางเพศ และเราก็นำเอาเสื้อผ้าผู้ถูกกระทำต่างๆ มาโชว์ เช่นเสื้อนักเรียน เสื้อนักศึกษา กางเกงยีน ต่างๆ เพื่อที่เป็นการตั้งคำถามต่อสังคมว่าชุดเหล่านี้เป็นแรงจูงใจจริงๆหรือเปล่า หยุดเอาความผิดของการกระทำความรุนแรงมาลงกับผู้หญิงได้แล้ว
ภัยคุกคามชุดที่เห็นแล้ว เกิดความสะเทือนใจที่สุด
"ชุดของเด็กอายุ 2 ขวบ ชุดสีชมพู และกางเกงขาสั้นตัวเล็ก โดนข่มขื่นจากลุงข้างบ้าน จริงๆ ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆ 91 เปอร์เซ็นต์มาจากแคสที่เป็นคนรู้จัก และคนรอบตัว เราควรมีการอธิบายสอนลูก สอนเด็ก ให้ระวังตัวเอง อย่างเช่นพฤติกรรม จับอวัยวะเล่นต่างๆ และเห็นเป็นเรื่องสนุก เราควรหยุดคิดแบบนี้ เราควรสอนเขา ไม่ให้มาจับของเรา และเราห้ามไปจับของเขา เราต้องยอมรับเราอยู่ในสังคมผู้ชายเป็นใหญ่อยู่"
คำแนะนำต่อคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
"จริงๆ แล้วมีหลายช่องทาง และไม่ใช่ทุกครั้งที่เราต้องไปแจ้งความ เพราะบางคนอยู่ในครอบครัว เราควรรู้ และมีข้อมูลต่างๆ ซึ่งศึกษาได้จาก www.donttellmehowtodress.com จะมีศูนย์ต่างๆอยู่ในนั้นให้ปรึกษาต่างๆได้หมดเลย"
อีกหนึ่งตัวอย่างที่ทีมข่าว ขอหยิบยกนำมาเป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่ผู้คนในสังคม ให้ระมัดระวังภัยร้ายที่เป็นการคุกคาม
ที่ผ่านมาเธอคนนี้ได้ทำโครงการ ทำนิทรรศการ รวมถึงเป็นวิทยากรเพื่อรณรงค์ต่อต้านการคุกคามทางเพศและการเคารพสิทธิของผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้รับการแต่งตั้งจาก UN Women ให้เป็นทูตสันถวไมตรี (Goodwill Ambassador) ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเป็นคนแรกอีกด้วย
ปัจจุบันนี้ ซินดี้ สิรินยา ยังคงเดินหน้าเป็นกระบอกเสียงให้ผู้หญิง ครั้งหนึ่งเธอได้นำเรื่องราวนี้มาเปิดเผยผ่านรายการ Z Story Z Holiday เล่าถึงเรื่องราวในอดีตที่เคยถูกผู้ชายลวนลามในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอต้องออกมาขับเคลื่อนสังคม จัดการภัยคุกคามทางเพศ