ขณะที่ก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2562 “ปริญญ์” ยังเคยพูดในงานเสวนามูลนิธิรักษ์ไทย เรื่อง “พลังของสิทธิสตรี Empowering Women’s Tomorrow” ร่วมกับคุณสุพรทิพย์ ช่วงรังษี นักธุรกิจชื่อดัง
โดย “ปริญญ์” กล่าวตอนหนึ่งว่า ส่วนตัวเติบโตมาจากในบ้าน ที่มีครอบครัวอบอุ่น แต่ความที่มีครอบครัวอบอุ่น เพราะมีคุณแม่ ที่เอาใจใส่ลูก ทั้งบู๊และบุ๋นทุกด้าน และคุณแม่ถือเป็นไอดอลคนหนึ่งตั้งแต่เด็ก จากนั้นเข้าสู่วงการทำงาน ในวงการการเงิน ซึ่งต้องมีมุมมองความคิดในเชิงวิเคราะห์ เรื่องหุ้นเรื่องการเงิน โดยความละเอียดอ่อนเหล่านี้ ผู้ชายก็ทำสู้ผู้หญิงไม่ได้
“บริษัทของผม ตอนที่ผมเข้ามา มุมมองตอนแรก ผมตั้งใจไว้เลยจะมีโควตา เป็นโควตาในใจ โควตาในที่นี้คือความรู้ความสามารถคนที่มาสัมภาษณ์งาน จริงๆ แล้ว อาจไม่ได้แพ้กันมากนัก คือตราบใดที่ผมเชื่อว่า ผู้หญิงมีความรู้ความสามารถในด้านวิเคราะห์การเงิน และจะทำงานด้วยกันได้ เขาจะได้รับโควตาส่วนนึง "
นอกจากนี้ “ปริญญ์” ยังแสดงความเห็นตอนหนึ่งถึงเรื่อง “สิทธิสตรี” ว่า หากมองในเชิงภาครัฐและกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมต้องเปิดกว้างและมีความแฟร์มากขึ้น เพราะบางทีการมีกฎหมายเยอะๆ ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ความยุติธรรมมา โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผู้หญิง
“ส่วนเชิงทัศนคติสำคัญมาก ผมเชื่อว่าผู้หญิงหลายท่านคงไม่พอใจ และแอบเก็บในใจ บางทีฉันอยากจะแต่งตัวสวยๆ ดูดีๆ แต่หาว่าเป็นความผิดของฉัน ดูเซ็กซี่ ดูโป๊นิดหน่อยบ้าง แต่เป็นสิทธิผู้หญิงทื่ทำได้ เพราะงั้นผู้ชายหรือใครจะต้องเคารพ ไม่ใช่เป็นข้ออ้าง พอเกิดเรื่องเกิดปัญหาขึ้นมา ผู้หญิงจะถูกลวนลาม ถูกข่มขืน แล้วไปว่าเขา เป็นความผิดของเขา อันนี้สังคมเองต้องเปลี่ยนทัศนคติ ไม่ใช่โทษผู้หญิง แต่งตัวแบบนี้ หรือเดินไปที่มืดๆ เอง เขาไปกับใครสองต่อสองเอง ซึ่งทัศนคติพวกนี้ สังคมต้องช่วยกันเปลี่ยน”