นพ.จเด็จ กล่าวว่า ในการดูแลผู้สูงอายุเพื่อให้เกิดการดูแลได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึงมากที่สุด โดยเฉพาะปัจจุบันที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้มีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นในทุกพื้นที่ ที่ผ่านมาภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ (กปท.) และกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร จำนวน 7,741 แห่ง
มีการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุผ่านโครงการต่างๆ อาทิ โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และโครงการพาผู้สูงอายุไปฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด ที่จัดตั้งแล้ว 52 แห่ง ที่ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ที่มีผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายการดูแลเช่นกัน
ส่วนผู้สูงอายุที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงนั้น จากงบประมาณเพิ่มเติมที่ได้รับจัดสรรจากรัฐบาล สปสช.ได้จัดบริการสาธารณสุขในผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง มีผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงเป็นหนึ่งในเป้าหมายบริการ โดย สปสช. สนับสนุนค่าดูแลเหมาจ่ายผ่าน กปท. ซึ่งปีงบประมาณ 2564 มี อปท.เข้าร่วมดำเนินการ 6,648 แห่ง ทั้งนี้การดูแลไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น แต่รวมถึงสิทธิอื่นๆ ทั้งประกันสังคม ข้าราชการ เป็นต้น
“ทั้งหมดนี้ เป็นภาพรวมสิทธิประโยชน์กองทุนบัตรทองและการดำเนินงานของ สปสช. ที่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญต่อผู้สูงอายุ โดยดำเนินการในทุกๆ ด้าน จับมือร่วมกับหน่วยงาน องค์กร และเครือข่ายภาคีต่างๆ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข และ อปท. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็นได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง สู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
ทั้งนี้ สอบถามเพิ่มเติมการใช้สิทธิบัตรทอง สายด่วน สปสช. 1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. @nhso หรือ คลิกที่นี่ และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ