ในส่วนของการช่วยเหลือเบื้องต้นผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19 อาทิ มีไข้, ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน, มีผื่น คัน บวม, ปวดเวียนศีรษะ หน้ามืด, แน่นหน้าอก หายใจลำบาก, อาการชา, แขนขาอ่อนแรง, ภาวะแพ้รุนแรง (Phylaxis Shock) และเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ ระดับ 1 อาการเจ็บป่วยต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท จำนวน 9,938 ราย ขณะที่ใน ระดับ 2 เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มี จำนวน 426 ราย และระดับ 3 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท จำนวน 3,670 ราย
ทั้งนี้ ผู้ได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนโควิด-19 ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ 3 จุด คือ
- หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด
- สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
- สปสช.เขตพื้นที่ทั้ง 13 สาขาเขต มีระยะเวลายื่นคำร้องภายใน 2 ปี นับจากวันที่เกิดความเสียหายหลังฉีดวัคซีนโควิด-19
หลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย
“การฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน ตราบใดที่ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ เพื่อลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เจ็บป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุ ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเข้ารับการฉีดวัคซีนตามมาตรการทางการแพทย์และสาธารณสุข” เลขาธิการ สปสช. กล่าว
ดาวน์โหลดแแบบคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นกรณีได้รับความเสียหายจากการรับวัคซีนป้องกันโควิดได้ที่ เว็บไซต์ สปสช. หรือ คลิกที่นี่
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชม. หรือ คลิกที่นี่ เพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nhso
ที่มา : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ