สำหรับกิจกรรมฟ้อนเล็บที่ทางเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่จะจัดกิจกรรมฟ้อนเล็บโดยมีช่างฟ้อนจำนวนกว่า 300 คน สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากบริเวณลานอนุสาวรีย์สามกษัตริย์สามารถรองรับคนได้ประมาณ 500 คน แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งให้ทางฝ่ายควบคุมโรคของเทศบาลนครเชียงใหม่ทราบก่อนการจัดการ และต้องมีมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด
สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ คือการแห่ขบวนสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งทางฝ่ายควบคุมโรคของเทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องออกแบบขบวนสรงน้ำพระในรูปแบบใหม่ โดยไม่ต้องมีการสาดน้ำ ซึ่งจะต้องมีการหารือในรูปแบบกันอีกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนั้นยังมีความเป็นห่วงเรื่องการเล่นสาดน้ำบริเวณข้างทางที่จะขึ้นบริเวณหน้าบ้าน คงต้องอาศัยการขอความร่วมมือ ขณะที่บริเวณรอบคูเมืองซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะทางเทศบาลได้ประกาศห้ามเล่นน้ำโดยเด็ดขาด
ด้านนางรสสุคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ กล่าวว่า ในปีนี้เครือข่ายฯได้รับเงินสนับสนุนจากเทศบาลนครเชียงใหม่จำนวน 180,000 บาท รวมกับงบประมาณจากเครือข่ายต่างๆ ชุมชนในพื้นที่ ประชาชน จิตอาสา ร่วมสมทบทุนเข้ามา เมื่อร่วมกับงบประมาณของเทศบาล ทางเครือข่ายจึงมีงบประมาณ 250,000 บาท เพื่อจัดกิจกรรมกิจกรรมยอสวย ไหว้สา พระญามังราย ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 เมษายน 2565
สำหรับไฮไลท์ของกิจกรรมจะมีขบวนแห่เครื่องสักการะและขวนฟ้อนเล็บจากประตูท่าแพ มุ่งหน้ามายังอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ โดยมีช่วงฟ้อนจิตอาสาที่ร่วมทำการฝึกซ้อมกันมาอย่างต่อเนื่องมากกว่า 300 คนเข้าร่วมกิจกรรม โดยช่างฟ้อนที่อายุน้อยที่สุดคือ 5 ปี และ ช่างฟ้อนอายุมากที่สุดคือ 77 ปี สำหรับกิจกรรมยอสวย ไหว้สา พระญามังราย จัดขึ้นเพื่ออัญเชิญดวงพระวิญญาณผู้ก่อตั้งและเจ้าเมืองผู้ครองนครเชียงใหม่ทุกพระองค์ พร้อมสิ่งศักดิ์สิทธิ์มารับเครื่องราชสักการะที่จัดถวายตามประเพณีล้านนา และเพื่อต้องการให้เยาวชนคนรุ่นหลัง ได้รู้ประวัติการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ที่มีอายุครบ 726 ปี และ รำลึกถึงคุณงามความดีของผู้ก่อตั้งเมือง ขณะเดียวกันการเข้าร่วมกิจกรรมยังถือเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
ข่าว/ภาพ : นิศานาถ กังวาลวงศ์ ศูนย์ข่าวเนชั่นภาคเหนือ