"เอลซัลวาดอร์" ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังเกิดฆาตกรรมรุนแรงสุดรอบ 30 ปี
28 มี.ค. 2565 | apirak_pra

เอลซัลวาดอร์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 30 วัน หลังเกิดเหตุฆาตกรรมในหลายพื้นที่ของประเทศถึง 62 รายในรอบ 24 ชม. ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 30 ปี
ข่าว
28 มี.ค. 2565 | apirak_pra

เอลซัลวาดอร์ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 30 วัน หลังเกิดเหตุฆาตกรรมในหลายพื้นที่ของประเทศถึง 62 รายในรอบ 24 ชม. ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 30 ปี
โดยประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล แห่งเอลซัลวาดอร์ ระบุว่า การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์ (27 มี.ค.) ที่ผ่านมา จะอนุญาตให้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีหมายค้น รวมถึงมีการระงับสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนบางประการ เช่น เสรีภาพในการชุมนุมรวมกลุ่ม ส่วนการติดต่อสื่อสารทางจดหมายและโทรคมนาคมจะถูกตรวจสอบ ขณะที่การประกอบพิธีทางศาสนา, การแข่งขันกีฬา, ธุรกิจและกิจกรรมด้านการศึกษา สามารถดำเนินการได้ตามปกติ
สำหรับประเทศ เอลซัลวาดอร์ มีปัญหาสงครามระหว่างแก๊งอันธพาลมานานหลายปี โดยปีที่แล้วมีรายงานว่าเกิดเหตุฆาตกรรมถึง 1,140 ศพ ส่วนใหญ่มาจากแก๊ง MS-13 และ Barrio-18 ที่มีสมาชิกประมาณ 70,000 คนทั่วประเทศ
และความรุนแรงลักษณะนี้ก็ได้ปะทุขึ้นมาอีกครั้งในสัปดาห์ก่อน โดยมีการเปิดเผยว่าเกิดเหตุฆาตกรรมกว่า 40 รายในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ก่อนจะเพิ่มขึ้นเป็น 62 รายในวันเสาร์ (26 มี.ค.) ซึ่งถือเป็นความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 1992
ซึ่งจากเหตุฆาตกรรมในประเทศที่รุนแรงเป็นสถิตินี้เอง ทำให้ ปธน.บูเคเลได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับสภานิติบัญญัติในวันอาทิตย์ เพื่อให้อนุมัติคำขอประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติ 67 คนจาก 84 คนจาก 5 พรรคการเมือง รวมถึงฝ่ายค้านสำคัญ ได้ลงมติสนับสนุนให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ฮวน แพปเปียร์ จากกลุ่ม ฮิวแมนไรท์วอทช์ ทวีตว่า มาตรการดังกล่าว “น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง" โดยเฉพาะในประเทศที่ยังไม่เป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง