ไทยสบช่องส่งออก 'สินค้าเกษตร-อาหาร' รัสเซีย
25 มี.ค. 2565 | kwanprasert_sri

เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ฉันทานนท์ วรรณเขจร ระบุ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในเชิงเศรษฐกิจและการค้าไปทั่วโลก
ข่าว
25 มี.ค. 2565 | kwanprasert_sri

เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ สศก. ฉันทานนท์ วรรณเขจร ระบุ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในเชิงเศรษฐกิจและการค้าไปทั่วโลก
หากสงครามมีความยืดเยื้อ จะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์และพลังงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ กระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย
ปัจจุบันไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปยังรัสเซีย คิดเป็นมูลค่า 5,344 ล้านบาท หรือ 0.39% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรรวม และนำเข้าสินค้าเกษตรจากรัสเซีย คิดเป็นมูลค่า 2,720 ล้านบาท หรือ 0.54% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรรวม
ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังยูเครน คิดเป็นมูลค่า 1,165 ล้านบาท หรือ 0.08% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรรวม และนำเข้าสินค้าเกษตรจากยูเครน คิดเป็นมูลค่า 4,461 ล้านบาท หรือ 1.18% ของมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตรรวม
โดยสินค้าเกษตรที่ส่งออกไปยังรัสเซียและยูเครนส่วนใหญ่ คือ สับปะรดปรุงแต่ง พืชผัก ผลไม้ ลูกนัต เปลือกผลไม้และส่วนอื่นของพืช แช่อิ่ม เชื่อมหรือฉาบ เนื้อปลาอื่น ๆ แช่เย็นจนแข็ง
ในกรณีรัสเซีย สศก. ประเมินว่า เป็นโอกาสของไทยในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารที่รัสเซียมีความต้องการสูง เช่น ข้าว ยางพารา ผักและผลไม้ อาหารทะเล สินค้าปศุสัตว์ และอาหารแปรรูป
ส่วนกรณียูเครน การส่งออกสินค้าเกษตรไทยไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่จะได้รับผลกระทบในด้านการนำเข้าสินค้าเกษตรบางชนิด เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าจากยูเครนในระดับสูง เช่น ข้าวสาลี กากถั่วเหลือง น้ำมันจากเมล็ดทานตะวัน เมล็ดฝ้าย หรือเมล็ดดอกคำฝอย และบักก์วีต ข้าวฟ่าง จึงต้องเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบจากการที่ราคาวัตถุดิบเหล่านี้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือไม่สามารถนำเข้าจากยูเครนได้
ขยับราคา-เพิ่มนำเข้า สกัด 'ปุ๋ย' ขาดตลาด
ส่วนการที่รัสเซียประกาศห้ามส่งออกปุ๋ยเคมีทั้งหมด ซึ่งรัสเซียเป็นประเทศผู้ผลิตปุ๋ยเคมีอันดับ 2 ของโลกรองจากแคนาดา ทำให้ราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลกและในประเทศปรับตัวสูงขึ้นนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หารือร่วมกันและมีข้อสรุปเบื้องต้นว่ากระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาปรับราคาจำหน่ายปุ๋ยเคมีซึ่งเป็นสินค้าควบคุมให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เพื่อให้ภาคเอกชนนำเข้าปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้น และป้องกันปัญหาปุ๋ยเคมีขาดตลาด ขณะที่กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูง “4 ถูก ถูกสูตร ถูกอัตรา ถูกเวลา ถูกวิธี” และเร่งผลิตปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพให้ได้จำนวน 5 ล้านตัน เพื่อทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี
ส่วนกรณีอาหารสัตว์ ให้ชะลอการใช้มาตรการกำหนดสัดส่วนการนำเข้าข้าวสาลีต่อการรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ อัตราส่วน 1 ต่อ 3 ของกระทรวงพาณิชย์ ไว้ชั่วคราวจนถึง 31 กรกฎาคม 2565 แต่มาตรการนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ โดยต้องหารือร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป