ถัดจากนั้นอีก 11 วันต่อมา ในวันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว กองบังคับการปราบปราม ยังสามารถควบคุมตัว นายเกรียงไกร ไชยพูล หรือ "ไกร" อายุ 27 ปี ลูกน้องคนสนิทของ นายจำรัส หรือ "ฉุย รักจันทร์" ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ รายที่ 3 เอาไว้ได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.สงขลา โดยนายเกรียงไกร ได้ติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจในพื้นที่ อ.รัตถูมิ จ.สงขลา ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวได้แล้ว จึงคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง เพื่อสอบสวนขยายผลถึงแหล่งกบดานของนายจำรัส หรือ "ฉุย รักจันทร์" มือปืนระดับพระกาฬ ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งรายนี้
อย่างไรก็ตาม หลังการจับกุม นายเกรียงไกร หรือ ไกร ตำรวจได้ข้อมูลที่สำคัญของ "ฉุย รักจันทร์" โดยเฉพาะแหล่งกบดาน ซึ่งเบื้องต้นได้มีการระบุว่า มีกระท่อมกลางป่าแห่งหนึ่ง ซึ่งนายนายจำรัส หรือ "ฉุย รักจันทร์" มักจะใช้เป็นสถานที่ในการกบดาน หรือมักจะเดินทางไปพักอยู่ในกระท่อมแห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้ง พื้นที่ดังกล่าวยังสลับซับซ้อน เพราะเป็นป่าทึบ มีแนวหุบเขาทางธรรมชาติ คอยปิดบังกระท่องดังกล่าว มีทำให้ยากต่อการค้นหา ดังนั้น เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการพิเศษ จึงได้ทำการแกะรอย ตามคำให้การของนายเกรียงไกร และ บุกเข้าทำการตรวจค้นกระท่อม หลังดังกล่าวในเวลาต่อมา โดยพบว่า "ฉุย รักจันทร์" ผู้ต้องหาสำคัญ ระดับมือปืนพระกาฬรายนี้ ได้หลบหนี้ออกจากพื้นที่ไปได้อย่างหวุดหวิด ทำให้เจ้าหน้าที่ ต้องเริ่มกลับมาตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่อีกครั้ง
กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้พบข้อมูลสำคัญ จากการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหารายที่ 3 ที่จับกุมเอาไว้ได้ ซึ่งสุดท้ายยอมรับสารภาพว่า นายจำรัส หรือ "ฉุย รักจันทร์" ได้สร้างหลักฐานลวง เพื่อให้ชุดไล่ล่าเกิดความสับสน ขณะเดียวกันด้วยความชำนาญในการหลบหนีของมือปืนรายนี้ จึงได้เดินทางย้อนกลับเข้ามากบดาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ย่านรามคำแหง ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ทราบถึงแหล่งกบดาน ที่บ่งชี้ว่า "ฉุย รักจันทร์" ได้แอบเข้ามากบดานในพื้นที่ดังกล่าวจริง จึงวางแผนปฎิบัติการเข้าจับกุมในทันที
กระทั่งรุ่งเช้าของวันที่ 25 มี.ค. ปฎิบัติการจู่โจม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (กก.6 บก.ป.) จึงได้เริ่มขึ้น นำกำลังโดย พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ บุกเข้าจับกุมตัว นายจำรัส รักจันทร์ หรือ "ฉุย รักจันทร์" หัวหน้าแก๊งมือปืนยิงถล่มตำรวจกองปราบ จนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เอาไว้ได้เป็นผลสำเร็จ หลังหลบหนีออกมาจากป่าเขาคาว ในพื้นที่ ม.9 ต.ชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และปลอมตัวเข้ามากบดาน ในหอพักย่านรามคำแหง ทั้งนี้ ภายหลังจับกุม เจ้าหน้าที่ตำวจจึงได้นำตัวมาสอบสวนที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อเค้นหาความจริงต่อไป
โดย จิรเดช พัฒนศิริ / สำนักข่าวเนชั่น