นพ.สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในผู้ป่วยโควิด 100 คน ไม่ต้องกินยาอะไรเลย 70-80% ตามรายงานผู้ติดโอมิครอน 50 % ไม่มีอาการ ไม่ต้องกินยา อีก 50 % ที่มีอาการ การให้ยาขึ้นกับความเสี่ยง เช่น อายุ โรคร่วม ประวัติวัคซีน หากฉีดครบแล้ว ไม่มีโรคร่วม แพทย์ก็จะพิจารณาเป็นราย อาจจะ จ่ายยาฟ้าทะลายโจร ที่ตอนนี้ผู้ป่วยกว่า 20% ที่รักษาใช้ฟ้าทะลายโจร อีก 20% กว่าใช้ยาตามอาการ หรือใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ โดยข้อมูลวิจัยของศิริราช รายงานว่าฟาวิพิราเวียร์สามารถลดการมีอาการได้ ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นได้เร็ว จึงจะพิจารณายาโมลนูพิราเวียร์และยาแพกซ์โลวิดไว้สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ ซึ่งข้อมูลวิจัยปัจจุบันยาแพกซ์โลวิดเป็นยาเม็ดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
“ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์รับยาแพกซ์โลวิดจะคล้ายกับโมลนูพิราเวียร์ ซึ่งในแนวทางรักษาผู้ป่วยที่กรมการแพทย์ประกาศ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2565 จะจ่ายยาในผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคร่วม ประวัติการฉีดวัคซีนไม่ครบ คือไม่ได้ฉีดวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว หรือ รับวัคซีนเพียง 1 เข็ม”นพ.สมศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า การพิจารณาอย่างไรว่า ควรได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ หรือ แพกซ์โลวิด นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า โมลนูพิราเวียร์กับแพกซ์โลวิดออกฤทธิ์คนละที่ โดยโมลนูพิราเวียร์ออกฤทธิ์คล้ายฟาวิพิราเวียร์ โดยหลักการจึงใช้ตัวใดตัวหนึ่งระหว่างโมลนูพิราเวียร์กับฟาวิพิราเวียร์ ส่วนแพกซ์โลวิดผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ที่ทำการศึกษาวิจัยใช้ตัวเดียวแต่ออกฤทธิ์คนละที่กับโมลนูพิราเวียร์ โดย โมลนูพิราเวียร์ออกฤทธิ์ต่อการสร้างเซลล์ไวรัสขึ้นมาใหม่ ทำให้ไม่สามารถจำลองไวรัสแพร่ในร่างกายเพิ่มขึ้นได้ ส่วนแพกซ์โลวิดออกฤทธิ์ยับยั้งสารย่อยโปรตีนของไวรัส (protease inhibitor) ซึ่งตามหลักกการน่าจะใช้ร่วมกับฟาวิพิราเวียร์หรือโมลนูพิราเวียร์ได้ แต่ในการศึกษาวิจัยไม่ได้ใช้ร่วม เพราะฉะนั้นในคู่มือไกด์ไลน์ที่ออกโดยกรมการแพทย์ ขอให้พิจารณาใช้ยาตัวใดตัวหนึ่งเท่านั้นก่อน
"ยาแพกซ์โลวิด ของ บริษัท ไฟเซอร์ฯ มีการขึ้นทะเบียนยาแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีการกระจายแล้ว 1.5 ล้านคอร์ส และเมื่อถึงก.ค.2565 จะมีการกระจายยาราว 30 ล้านคอร์ส ทั้งนี้ การลงนามสัญญาสั่งซื้อของประเทศไทย แม้จะเป็นการลงนามออนไลน์ทางไกล แต่สัญญามีผลแล้วตั้งแต่วันนี้ที่ลงนามสัญญา" น.ส.เด็บบราห์ กล่าว