4 . "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล สังกัด พรรคก้าวไกล โดยพรรคได้ทำการเปิดตัวให้วิโรจน์ ลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 65
"วิโรจน์" ได้ออกมาเปิดเผยถึง นโยบายหลักในการเนรมิต กทม.ให้น่าอยู่ ตั้งแต่ แก้ไขปัญหาทางเท้า , เว็บรายงานน้ำท่วมและแอปพลิเคชั่นแจ้งปัญหาอื่นๆ , แก้ปัญหาโครงสร้างวิศวกรรม , ต้องมีทางม้าลายที่ได้มาตรฐาน , ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายจราจร มาเป็นนโยบายหลัก , เชื่อมสัญญาณไฟคนข้ามกับไฟแดงสี่แยก ,ทำงานเชิงรุก ไม่ต้องรอประชาชนแจ้ง สำนักงานเขตต้องสำรวจทางเท้าทุก 3 เดือน
5. "สกลธี ภัททิยกุล" อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. รายนี้ลงสมัครสังกัดอิสระ โดยที่ผ่านมาเป็นที่ทราบดีเขาอยู่ในกลุ่มก๊วน กปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้การสนับสนุน ซึ่งก่อนที่ สกลธี ลาออกจากตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม. ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมกับ ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ท่ามกลางกระแสข่าวครั้งนั้นว่า ขอเสนอตัวลงสมัครผู้ว่าฯกทม. ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ปรากฎว่า เกิดเหตุพลิกผันภายในพรรคที่ยังสรรหาผู้สมัครไม่ลงตัว ทำให้ "สกลธี" ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคพปชร. พร้อมกับ ลงสมัครในนามอิสระ มีการเปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยประเดิมเปิด 6 นโยบายสำคัญ ทั้งด้านการขนส่ง สาธารณสุข การศึกษา สิ่งแวดล้อม ระบบบริหารจัดการ เศรษฐกิจ สังคม ท่องเที่ยว "เพื่อชีวิตคนกรุงที่ดีกว่า" ด้วยการชูจุดเเข็งทำงานมาก่อนรู้ปัญหา เชื่อคน กทม. เลือกคนทำงาน ไม่ใช่อุดมการณ์การเมือง
6. "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" อดีตผู้ว่าฯกทม.ประกาศลั่นอย่างมั่นใจว่าอีกสามเดือนเขาจะกลับมาแน่ โดยสังกัดอิสระ"บิ๊กวิน"มีกลุ่มสนับสนุน จาก "กลุ่มรักษ์กรุงเทพ" เปิดตัวเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 65 พร้อมมาเปิดใจผ่านเนชั่นออนไลน์ไปแล้วด้วยสโลแกนสั้นๆเข้าใจง่าย "ต้องไปต่อ" เป็นนโยบายหลัก 8 ด้าน ได้แก่
1.ไปต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เพราะอยากเห็น “เมืองกรุงเทพฯ” มีจุดเสี่ยงน้ำท่วมที่ลดลง ซึ่งลดไปแล้วจาก 24 จุด เหลือ 9 จุด และจะลดต่อ ด้วยวิธีที่ตนมีประสบการณ์
2.ไปต่อ เพื่อสร้างความสะดวกในทุกการเดินทาง เพราะอยากเห็น “คนกรุงเทพฯ คนเดินเท้าปลอดภัย ระบบขนส่งมวลชนสะดวกและสร้างความเชื่อมโยง
3.ไปต่อ เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้กับ “คนเมือง” และระบบการรักษาที่มีคุณภาพมากขึ้น เพราะอยากเห็น “เมืองกรุงเทพฯ” มีที่รักษาพยาบาลใกล้บ้านและครอบคลุมทุกพื้นที่ ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียม
4. ไปต่อ เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมเมืองที่ดี เพราะอยากเห็น “เมืองกรุงเทพฯ” เพิ่มพื้นที่สีเขียว จัดการขยะที่ต้นทาง มีคลองสวยน้ำใส
5.ไปต่อ เพื่อทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ เพราะอยากเห็น “ลูกหลานและคนกรุงเทพฯ” มีความพร้อมสมบูรณ์ทั้งกายและใจในวัยเด็ก เมื่อโตขึ้น จะได้รับการศึกษาทั้งทักษะอาชีพและความรู้พร้อมกันไป
6.ไปต่อ เพื่อเติมเต็มความปลอดภัยให้กับคนเมือง เพราะอยากเห็น “เมืองกรุงเทพฯ มีอาชญากรรมลดลง และมีการเตรียมพร้อมขจัดภัยพิบัติ
7.ไปต่อ เพื่อเชื่อมกรุงเทพฯ สู่เมืองดิจิทัล เพราะอยากเห็น “คนกรุงเทพฯ” ได้รับบริการจากหน่วยงานราชการของกรุงเทพฯ ที่โปร่งใสเชื่อมโยงและรวดเร็ว
8.ไปต่อ เพื่อดูแลคนทุกกลุ่มทุกวัย เพราะอยากเห็นบริการและสวัสดิการชุมชนทั่วถึง
7. "นต.ศิธา ทิวารี" หรือ "ผู้พันปุ่น" อดีต ส.ส.กทม. สังกัด พรรคไทยสร้างไทย โดยได้รับการยืนยันจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ผ่านเนชั่นออนไลน์ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 มี.ค. 65 จึงต้องติดตามการประกาศนโยบายสร้างกทม.อย่างไรต่อไป
8."ดร.ประยูร ครองยศ" อดีตรอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สังกัด พรรคไทยศรีวิไลย์ เปิดตัว 9 ธ.ค. 64
9. "อุเทน ชาติภิญโญ" อดีตหัวหน้าพรรคคนไทย ได้ประกาศเจตนารมณ์ ไว้ตั้งแต่ 13 พ.ย.62 ว่าทันทีที่ "พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง" ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่ากทม. และกกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ก็จะเดินทางไปลงสมัครท้าชิงเก้าอี้"ผู้ว่าฯกทม."เช่นกัน โดย มีนโยบายสำคัญ 4 ประการ 1.จะทำเมืองที่น่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งของโลก ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ 2. ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบคนใน กทม. ทุกคนต้องตรงไปตรงมา อยู่ในกรอบกฎหมาย 3.จะทำให้รถใน กทม. ต้องไม่ติด และ 4. ทำให้ทุจริตต้องหมดไป
"อุเทน" ระบุไว้ด้วยว่า นโยบายหลักเหล่านั้นจะทำให้เห็นผลโดยขอเวลา 500 วัน ถ้าทำไม่ได้ วันที่ 501 จะลาออกทันที โดยไม่มีเงื่อนไข ซึ่งขอประกาศเป็นเจตนารมณ์ และให้สัตยาบันต่อมวลชน