ขณะที่นพ.ชลน่าน อธิบายเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติม ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ย้ำว่า สิ่งที่แสดงออกเป็นบุคลิกส่วนตัว หากใครจะนำไปดราม่าอย่างไรก็สุดแต่ใจจะคิด ไม่สามารถบังคับใครได้ เนื่องจากการเป็นส.ส. ผู้แทนปวงชน ประชาชาชนถือเป็นเจ้าของตัวเองอยู่แล้ว
นอกจากนั้น นพ.ชลน่าน ยังอธิบายถึงตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กับหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีความแตกต่างกันอย่างไรด้วยว่า
สำหรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติกฎหมาย ที่กำหนดไว้ ตามข้อบังคับพรรคที่เขียน เป็นผู้แทนขององค์กร ผู้แทนสถาบัน ทำหน้าที่บริหารจัดการตามมติของกรรมการบริหารพรรค แต่ไม่ใช่ซีอีโอพรรค
ส่วนตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว เป็นตำแหน่งที่แยกเป็นโครงสร้างออกมาจากพรรค ซึ่งก่อนหน้านี้มีการแต่งตั้งให้นางสาวแพทองธาร เป็นประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ก่อนที่จะมานั่งเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ดังนั้นเมื่อประธานได้รับมอบหมายให้อาสาเข้ามาทำงานในมติภาคประชาชน โดยมีเป้าหมายหลักคือ การรวมรวมคนทุกเจเนอเรชั่นเข้าด้วยกัน ไล่ตั้งแต่ยุคไทยรักไทย พลังประชาชาชน จนถึงเพื่อไทย ให้กลับมาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเหมือนในอดีต
ดังนั้น บทบาทหน้าที่ระหว่างหัวหน้าพรรค กับหัวหน้าครอบครัว จึงไม่เหมือนกัน และไม่มีใครใหญ่กว่ากัน อีกทั้งตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวก็ไม่สามารถมาก้าวก่ายงานของหัวหน้าพรรคได้เช่นกัน
ส่วนเหตุผลที่เลือกนางสาวแพทองธาร นพ.ชลน่านบอกว่า เนื่องจากนางสาวแพทองธารมีความเหมาะสม นายทักษิณ บิดา เป็นคนริเริ่มก่อตั้งพรรคไทยรักไทยที่มีนโยบายที่ดีในการดูแลช่วยเหลือประชาชาชนผ่านพรรคการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อว่านางสาวแพรทองธาร จะสานต่อคนที่มีอุดมการณ์เดียวกันในแต่ละยุคให้มารวมกันได้สำเร็จจนกลายเป็นครอบครัวเพื่อไทยเดียวกัน แต่การเข้ามาของนางสาวแพทองธาร ไม่ใช่การเป็นนอมินีใคร เลือกเพราะมีความเหมาะสมมากที่สุดแล้ว ณ เวลานี้