นางสาวจีระภา เปิดเผยว่า ตนทำงานที่โรงงานกระเทียมดอง ในซอยเอี่ยมไพศาล ในเขตเทศบาลบ้านไผ่ โดยจะออกไปทำงานตั้งแต่เช้า จนถึงเย็น เลิกงานก็กลับมาที่บ้าน ซึ่งบ้านอยู่ในที่นา ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศตะวันออก ประมาณ 500 เมตร ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่ทำติดต่อกันมา 2 ปีแล้ว ในวันเกิดเหตุ คือค่ำวันที่ 19 มีนาคม ที่ผ่าน หลังเลิกงานก็ขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองกลับบ้านตามปกติ เมื่อขับขี่มาถึงเส้นทางกลางหมู่บ้าน ก็มีรถจักรยานยนต์ขับขี่ตามหลังมา แต่ก็ไม่ได้คิดเอะใจ เพราะคิดว่าเป็นชาวบ้านที่ขับขี่รถไปไร่นา กระทั่งถึงทางเลี้ยวขวาจะเข้าไปในตัวบ้านพัก จึงชะลอรถ ปรากฏว่าถูกคนร้ายขับขี่รถมากระกบด้านขวา ทำให้เลี้ยวเข้าบ้านไม่ได้ ทั้งยังถูกคนร้าย ข่มขู่เอากระเป๋าสะพายข้าง ซึ่งคนร้ายสื่อสารเป็นภาษาอีสานว่า “เอากระเป๋ามา” แต่ตนไม่ให้ คนร้ายจึงยื้อแย่งเอาและถีบร่างตนจนล้มลงในป่ามันสำปะหลัง แล้วคนร้ายก็ตามเข้ามาถีบที่กลางหน้าอก แย่งเอากระเป๋าไปจนได้ ซึ่งช่วงที่เกิดเหตุนั้น ได้ร้องขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง แต่ไม่มีใครมาช่วยเพราะบ้านอยู่ห่างไกลกันมาก ส่วนคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์หนีไปทางบ้านน้อย ซึ่งเป็นหมู่บ้านพื้นที่ติดต่อกัน
ทางด้าน พ.ต.ท.มนตรี สุปะคำ รองผกก.สส.สภ.บ้านไผ่ กล่าวว่า หลังทราบเรื่องก็ลงพื้นที่ ตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับพนักงานสอบสวน จากนั้นก็หาเบาะแสของคนร้าย ซึ่งเชื่อว่าเป็นคนที่มักคุ้นกับผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้พบเพียงภาพจากวงจรปิดที่เชื่อว่าเป็นผู้ต้องสงสัย และตำรวจกำลังเร่งสืบสวนหาตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดย-พรพรรณ เพ็ชรแสน